| การโรยตัวสำหรับ การฝึกทางยุทธวิธี (Tactical Rappelling) จะเป็นการโรยตัวทางดิ่ง ของบุคคลคนเดียว หรือบุคคลคนเดียว ร่วมกับอุปกรณ์ สำหรับการปฏิบัติงาน บนที่สูง หรือปฏิบัติงาน ร่วมกับอากาศยาน ซึ่งในการโรยตัว ต้องทำด้วยความรวดเร็ว เข้าถึงที่หมาย หรือออกจากเชือกโดยเร็ว ท่าทางการโรยตัว ทางยุทธวิธีแบบต่างๆ ทั้งแบบเอาหลังลง และเบรคด้วยมือที่ถนัด ข้างลำตัว, การโรยตัวแบบ พันรอบแขน (Hasty Rappel), การโรยตัวแบบ พันเชือกรอบตัว (Body Rappel), การโรยตัวแบบ พันเชือกอ้อมไหล่ (Seat-Shoulder Rappel), การโรยตัวท่านั่ง (Seat-Hip Rappel), เอาหน้าลง เพื่อสำรวจสถานที่ (Scouting Rappel) และโรยตัวแบบ ลำตัวขนานพื้น หรือเดินลงและเบรคด้วยมือ ที่ถนัดบริเวณช่วงอก ที่เรียกว่า Australian Rappel ซึ่งแม้ในการฝึก จะยังมีอยู่ แต่ก็ใช้เทคนิค การโรยตัวแบบนี้น้อยมาก ในการสู้รบจริง การโรยตัวทางยุทธวิธี แบบเอาหน้าลง หรือลำตัวขนานพื้น ก็ไม่ใช่วิธีโรยตัวกู้ภัย เหตุเพราะไม่ใช่ ลักษณะการเข้า ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อุปกรณ์โรยตัว แบบเอาหน้าลง (Scouting Rappel) ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ การนำเทคนิค การโรยตัวทางยุทธวิธี มาฝึกสอน เจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงเป็นการเสียเวลา และไม่มีประสิทธิผล ในทางปฏิบัติ ควรแบ่งแยก รูปแบบการฝึก เพื่อให้เอื้อประโยชน์ ต่อการกู้ภัย และเข้าใจความแตกต่าง กันอย่างชัดเจน ถึงเทคนิค การโรยตัวทางยุทธวิธี และการโรยตัวกู้ภัย วัตถุประสงค์ของ การโรยตัวทางยุทธวิธี Objective of Tactical Rappel คือ ต้องการลงจากอาคาร , หน้าผา หรือสถานที่สูง เพื่อเข้าปฏิบัติงาน ด้วยความรวดเร็ว ที่สุดเท่าที่จะทำได้ วัตถุประสงค์ ของการโรยตัวกู้ภัย Objective of Rescue Rappel คือ ผู้ปฏิบัติ ต้องควบคุมอัตราการลง หรือขึ้นเชือก ได้อย่างปลอดภัย ต้องหยุดและ เปลี่ยนระบบขึ้นลงได้ โดยต้องทำงาน ร่วมกันเป็นทีมได้ อย่างปลอดภัย แม้แต่การโรยตัว ทางยุทธวิธีบางรูปแบบ ก็แทบไม่มีความจำเป็น เช่น การโรยตัว เพื่อที่จะยิงปืน ในระหว่าง อยู่บนเชือก ซึ่งมักใช้การโรยตัว แบบเอาหน้าลง หรือลำตัวขนานพื้น ร่วมกับการสะพายปืน ซึ่งหน้าที่ของ ผู้ที่จะยิงปืนคุ้มกัน เจ้าหน้าที่ ที่กำลังโรยตัว หรืออยู่บนเชือก คือหน้าที่ของ พลซุ่มยิง (Sniper) ไม่ใช่ผู้ที่กำลังโรยตัว จึงไม่จำเป็น ที่จะต้องฝึกยิงปืน ในขณะอยู่กลางเชือก เพราะหากจำเป็น ต้องยิงปืนในขณะอยู่บนเชือก นั่นหมายถึง ศัตรูอยู่ในระยะประชิด มากเกินขีด ความปลอดภัย และหากคุณ อยู่ใกล้ศัตรู ในระยะที่จำเป็น ต้องยิงปืนป้องกันตัว เท่ากับคุณ กำลังเป็นเป้านิ่ง หรือแสดงถึงการ วางแผนผิดพลาด การฝึกโรยตัวทางยุทธวิธี โดยทั่วไป มักจะไม่สอนวิธี หยุดอยู่กลางเชือก ไม่นิยมสอน ระบบผ่อนขึ้น-ผ่อนลง หรือใช้อุปกรณ์กันตก ร่วมด้วย เช่นที่การโรยตัวกู้ภัย ควรจะฝึกฝน เหตุผลสำคัญ อีกประการ คือ การขาดอุปกรณ์ ที่จะเข้าช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย แม้เจ้าหน้าที่จะโรยตัว ถึงที่หมายแล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะเข้าช่วยเหลือ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้ปลอดภัยได้ หรือยังต้องพึ่งพา อุปกรณ์จากหน่วยอื่นๆ สำหรับทหารและตำรวจ หลายหน่วย ที่ยังคงใช้เชือกเกลียว ผูกเป็นเชือกบุคคล พันรอบสะโพก หรือที่เรียกว่า Swiss Seat มาใช้ในการโรยตัว ซึ่งการโรยตัวลักษณะนี้ มีมาตั้งแต่สมัย ก่อนสงครามเวียดนาม ประมาณปี พ.ศ.2493 (ค.ศ. 1950) ในสมัยที่ทหารอเมริกัน เข้ามาสอน ยุทธวิธีการรบ กับคอมมูนิสต์ ให้กับทหารและ ตำรวจ ในประเทศไทย ในสมัยนั้น ยังไม่มีการใช้ฮาร์เนส เพื่อการโรยตัว ทหารจึงใช้วิธีผูกเชือกบุคคล ซึ่งเป็นเชือกพกพา สารพัดประโยชน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ทุกคนมีประจำตัว หากแต่ในปัจจุบัน เหล่าทัพของไทย ยังคงใช้เชือกเกลียว และแสนปลิงค์ (คาราบิเนอร์) อย่างแพร่หลาย ในการฝึกโรยตัว ทั้งๆที่ยุคสมัย และเทคโนโลยี ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่การพัฒนา ด้านการใช้อุปกรณ์ และการฝึก ยังคงไม่ก้าวหน้า ต้องยอมรับถึงปัญหาว่า หากเรายังเดินตามไม่ทัน ความเปลี่ยนแปลง ก็เท่ากับ เราตามหลัง ผู้ที่พัฒนาไปก่อนเรา อยู่ประมาณ 50 กว่าปี คำถาม คือ เมื่อไหร่จะถึงเวลา ปรับเปลี่ยนของกองทัพไทย? ทางออกง่ายๆ คือ พัฒนาความรู้ ความสามารถของกำลังพล ตามด้วยการ พัฒนาอุปกรณ์ เรื่องเหล่านี้ ทำได้ทันที หรือจะต้องรอ? ในส่วนของเจ้าหน้าที่กู้ภัย , อาสาสมัคร หรือข้าราชการ การมีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวก ในการใช้งาน และการฝึกอบรม เพื่อให้เกิดความผิดพลาด น้อยที่สุด ในการปฏิบัติงาน มีความจำเป็นอย่างมาก การผูกเงื่อนเชือกผิดพลาด, การใช้อุปกรณ์ ที่ไม่มีคุณภาพ, การใช้อุปกรณ์ปีนเขา มาทำงานกู้ภัย, การขาดแคลน อุปกรณ์การแพทย์เบื้องต้น ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่จะทำให้ภารกิจล้มเหลว ซึ่งหมายถึงชีวิต และ ความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่ และผู้ที่รอรับ การช่วยเหลือเช่นกัน การเลือกใช้อุปกรณ์กู้ภัย จึงต้องพิจารณา จากความเข้าใจอุปกรณ์ , การฝึกอบรมที่ผ่านมา , ประสบการณ์ ของเจ้าหน้าที่ , ภูมิประเทศ และจำนวนของ เจ้าหน้าที่ในทีม ปัจจัยเหล่านี้ มีผลถึงความปลอดภัย ของผู้ใช้ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรทำความเข้าใจ คุณสมบัติของอุปกรณ์ ทั้งในด้านเทคนิค และการนำไปใช้ อย่างปลอดภัย บริษัท ซี แอร์ ไทย จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่าย อุปกรณ์กู้ภัยมาตรฐานโลก เรายินดีให้คำแนะนำ กับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ต้องการทราบ รายละเอียดของอุปกรณ์ เราพร้อมนำเสนอ ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้ท่านและหน่วยงาน ได้รับอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด |