ในช่วงพายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บข้ามกระแสน้ำ ซึ่งมีกำลังแรงและไหลเชี่ยว เพื่อไปให้ถึงยังอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัยไม่ใช่เรื่องง่าย ในสภาพภูมิประเทศแบบป่าภูเขา มีร่องน้ำไหลเชี่ยว และขอบตลิ่งเป็นเนินสูง

เราเคยนำเสนอวิธีการติดตั้งระบบเชือกข้ามน้ำแบบต่างๆ หรือทำสะพานเชือกทั้งแบบ River Highline และ Reeving Highline ซึ่งเป็นวิธีที่ต้องใช้ทั้งอุปกรณ์ และทีมเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ โดยขั้นตอนในการติดตั้งระบบเชือกให้ปลอดภัย ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง แต่จะทำอย่างไร ให้สามารถนำผู้บาดเจ็บ ออกจากพื้นที่เกิดเหตุให้รวดเร็วและปลอดภัยได้มากกว่านี้

การทำงานร่วมกันระหว่างทีมค้นหาและกู้ภัยของซีแอร์ไทย กับช้างหนุ่มพร้อมควาญคู่ใจจึงเกิดขึ้น นับเป็นครั้งแรกที่เราเปลี่ยนบทบาทช้าง จากการแบกนักท่องเที่ยวไว้บนหลัง มาเป็นการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยในพื้นที่ยากลำบาก

การข้ามลำน้ำครั้งนี้ เราได้พิสูจน์แล้วว่า ช้าง 1 เชือกพร้อมควาญ สามารถบรรทุกเปลกู้ภัย ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ เดินฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวของลำน้ำซึ่งกว้าง 35 เมตร ช่วงลึกสุดของร่องน้ำลึก 1.5 เมตร ช้างใช้เวลาข้ามลำน้ำเพียง 1 นาที หากรวมระยะเวลาติดตั้งยึดโยงเปล บนแหย่งหรือสัปคับ และเตรียมอุปกรณ์ดูแลผู้บาดเจ็บ พร้อมยึดตัวเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มั่นคง เพื่อป้องกันการตก ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที

การนำช้างมาช่วยลำเลียงผู้บาดเจ็บในภูมิประเทศที่ยากลำบาก เป็นวิธีเดียวที่เห็นได้ชัดจากค่าสถิติว่า ใช้เวลาในการทำงานน้อยที่สุด และรวดเร็วกว่าวีธีอื่นใดที่เคยปฏิบัติกันมา ความปลอดภัยเกิดขึ้นได้จาก การเตรียมระวังป้องกัน เราได้ประเมินความเสี่ยงร่วมกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน และเตรียมความพร้อมหากมีอุบัติเหตุไม่คาดฝัน

ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง เราภูมิใจในการนำความสามารถของช้างไทย มาใช้ในการกู้ภัยและช่วยชีวิต แสดงออกถึงสายสัมพันธ์ ที่เกื้อกูลกันอย่างแน่นแฟ้น ระหว่างช้างกับคนไทย ที่จะอยู่เคียงคู่กันเสมอไป โปรดติดตามกิจกรรมครั้งหน้าของเรา เพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนาการทำงานกู้ภัย บนพื้นฐานของความปลอดภัยและมาตรฐานสากลครับ

คำเตือน : ช้างแต่ละเชือกมีความแตกต่าง และไม่สามารถทำงานแบบเดียวกันได้ดีเท่ากัน ในการเลือกพื้นที่ หากขาดความเข้าใจในสภาพกายภาพ และไม่ป้องกันความเสี่ยง หรือขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสม อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต