ห่วงโรยตัวรูปเลข 8 (Figure 8) เป็นอุปกรณ์ควบคุมการโรยตัวลงเชือก ซึ่งมีใช้แพร่หลายที่สุดและเป็นอุปกรณ์ดั้งเดิมในยุคแรกเริ่มของการป่ายปีน ที่ยังคงนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ชลอการลงโดยใช้หลักการ ให้เชือกวิ่งผ่านโครงสร้างโลหะของห่วงรูปเลข 8 ใช้หลักของการเกิดแรงเสียดทาน มาช่วยลดความเร็วในการตก ให้ผู้ใช้งานโรยตัวลงจากที่สูงได้อย่างปลอดภัย

ข้อสงสัยในการใช้งานห่วงรูปเลข 8 ส่วนมากมาจากค่าความแข็งแรง หรือค่าการรับแรงดึง แต่เดิมในการออกแบบครั้งแรก มีการทดสอบแรงดึง โดยดึงห่วงแยกออกจากกันทั้งสองด้าน จนกว่าจะหักหรือพัง ซึ่งห่วงโรยตัวรูปเลข 8 ส่วนมากมีขนาดใหญ่ ดังนั้นตัวเลขค่าแรงดึงจนหักหรือพังจึงสูงมาก กลายเป็นว่าบางครั้งห่วงรูปเลข 8 ถูกนำไปใช้เป็นจุดยึดโยงอุปกรณ์ (แผ่นกระจายน้ำหนัก) ซึ่งห่วงรูปเลข 8 ไม่ได้ถูกออกแบบให้ใช้งานในลักษณะเช่นนั้น ต่อมาเมื่อมีการออกแบบแผ่นกระจายน้ำหนัก anchor plates เพื่อเป็นจุดรวมอุปกรณ์ในการยึดโยงเชือกโดยเฉพาะ การนำห่วงรูปเลข 8 ทำเป็นแผ่นกระจายน้ำหนักจึงเริ่มลดน้อยลง

ไม่แนะนำให้ใช้ห่วงรูปเลข 8 มาเป็นจุดรวมพ่วงต่ออุปกรณ์ เพราะในปัจจุบันมี แผ่นกระจายน้ำหนัก (anchor plate) ซึ่งได้มาตรฐานและออกแบบมาเพื่อ รับแรงดึงจากการพ่วงต่ออุปกรณ์โดยเฉพาะอยู่แล้ว

มาตรฐาน NFPA 1983 (มาตรฐานความปลอดภัยในการใช้เชือกและอุปกรณ์ สำหรับช่วยเหลือกู้ภัยบุคคล) ถูกคิดค้นขึ้นมา และกำหนดมาตรฐานการวัดค่าความแข็งแรงของ Figure 8 ที่มุ่งไปที่การใช้งานประกอบกับเชือก โดยมาตรฐาน NFPA 1983 และมาตรฐาน UIAA ในปัจจุบันทดสอบแรงดึงแบบเดียวกับการนำห่วงรูปเลข 8 ไปใช้จริง โดย NFPA 1983 ระบุว่า “อุปกรณ์การควบคุมการโรยตัวลง จะต้องถูกทดสอบและยังคงรูปร่างปกติไว้ได้ โดยไม่มีการเสียรูปทรง หรือมีความผิดปกติไปจากเดิม และจะต้องไม่ทำความเสียหายต่อเชือก” ในการทดสอบจะใช้เชือกพันรอบห่วงรูปเลข 8 และดึงจนเกิดความเสียหายบนตัวห่วงรูปเลข 8 หรือบนเชือกที่ทดสอบร่วมกัน เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ณ ค่าแรงดึงใดก็ตาม ค่านั่นจะถูกบันทึกไว้ และหยุดการทดสอบทันที ซึ่งเลขแรงดึงที่ได้นั่นเอง จะเป็นค่าความแข็งแรง หรือค่าการทนแรงดึงของห่วงรูปเลข 8

ภาพการทดสอบการรับแรงดึง ของห่วงรูปเลข 8 ร่วมกับเชือก ตามมาตรฐานการทดสอบของ UIAA

ความสำคัญของการบันทึกค่าการรับแรงดึง ของห่วงรูปเลข 8 มาจากการเลือกใช้เชือก ที่นำมาทดสอบร่วม เมื่อเชือกงอและเคลื่อนตัวผ่านห่วงรูปเลข 8 ก็เท่ากับความแข็งแรงของเชือกที่ลดลงได้ถึง 50 % ของอัตราการรับแรงดึงสูงสุด และยังขึ้นอยู่ปัจจัยด้าน อายุและสภาพของเชือกที่นำมาใช้ทดสอบ เนื่องจากมีตัวแปรอีกหลายๆอย่าง ที่อาจส่งผลกับการรับแรงดึง ดังนั้นมาตรฐาน NFPA 1983 ฉบับล่าสุด จึงไม่ระบุค่าการรับแรงดึงของห่วงรูปเลข 8 หรือ figure 8 อีกต่อไป แต่จะระบุเพียงว่าผ่านมาตรฐานการทดสอบเพื่อใช้งานประจำบุคคล (NFPA 1983 – Technical Use) หรือมาตรฐานเพื่อใช้ในงานช่วยเหลือกู้ภัย (NFPA 1983 – General Use) ที่ต้องรับน้ำหนักบุคคล 2 คนขึ้นไปเท่านั้น

นับตั้งแต่ความนิยมในการระบุค่าการรับแรงดึงสูงๆ ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เพราะห่วงรูปเลข 8 ไม่สามารถนำมาใช้งานเพียงลำพัง และต้องนำไปใช้งานร่วมกับเชือก ทำให้ผู้ผลิตสามารถผลิตห่วงรูปเลข 8 หรือ figure 8 ที่มีรูปร่างและขนาดเล็กลง แต่การรับแรงดึงยังคงเท่าเดิม การออกแบบมีความทันสมัยมากขึ้น มีขนาดเล็กลง และน้ำเบากว่า จึงทำให้มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ดีกว่า ห่วงรูปเลข 8 แบบเดิมๆ ที่ออกแบบมานานกว่า 50 ปี ในปัจจุบันห่วงรูปเลข 8 ถูกนำมาขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC ตัดเจียรวัสดุทั้งชิ้นให้ได้รูปร่าง เว้าส่วนโค้งให้มน จึงทนทานกว่าการอัดแรงด้วยความร้อน เทคนิคการผลิตแบบใหม่นี่เอง ทำให้ห่วงรูปเลข 8 ทนทานและอายุการใช้งานยาวนานกว่าเดิม

ผู้ผลิตไม่แนะนำให้ใช้ห่วงรูปเลข 8 เพื่อทำเป็นแผ่นกระจายน้ำหนัก (Anchor plates) ควรใช้แผ่นกระจายน้ำหนัก Anchor plate ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะหรือใช้ห่วงรูปตัวโอ O-ring เป็นจุดรวมน้ำหนักดีกว่า เพราะทั้ง Anchor plate และห่วง O-ring เหล่านี้ผ่านการทดสอบ เพื่อทนต่อแรงดึงที่ถูกดึงหลายทิศทางโดยเฉพาะ ซึ่งหากใช้ห่วงรูปเลข 8 มาเป็นจุดรวมอุปกรณ์ แม้จะเป็นห่วงรูปเลข 8 ที่ระบุการรับแรงดึงไว้สูงก็ตาม ห่วงก็อาจจะหักและเกิดการบาดเจ็บต่อผู้ใช้งาน เนื่องจากเป็นการใช้งานอุปกรณ์ผิดประเภท