Search_And_Rescue_Theory_Header

ทีมค้นหาและกู้ภัย ถูกนําไปปฏิบัติการค้นหาและหรือกู้ภัยผู้ที่สูญหาย, บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากภัยที่มาจากฝีมือของมนุษย์หรือภัยธรรมชาติก็ตาม ความสําเร็จในการค้นหาและช่วยชีวิต คือ จุดมุ่งหมายหลักของหน่วยค้นหาและกู้ภัยทุกทีม (Search and Rescue – SAR) หลักการในการค้นหา สรุปเป็นเป็นอักษรย่อภาษาอังกฤษ LASSEE ที่พวกเราใช้แสดงถึงขั้นตอนของภารกิจการค้นหากู้ภัย ดังนี้
1. L – สิ่งแรกที่พวกเราต้องทําคือระบุตําแหน่งของผู้รอรับการช่วยเหลือ (Locate)
2. A – หาทางเข้าถึงตัวผู้รอรับการช่วยเหลือ (Access)
3. S – คุ้มครองผู้รอรับการช่วยเหลือ หากพวกเขาอยู่ในพื้นที่อันตราย (Secure)
4. S – ประคับประคองอาการ ของผู้รอรับการช่วยเหลือหากได้รับบาดเจ็บ (Stabilize)
5. E – พาผู้รอรับการช่วยเหลือ ออกจากพื้นที่ (Extricate)
6. E – ทําการเคลื่อนย้ายและนำส่ง ผู้รอรับการช่วยเหลือ (Evacuate)

หัวใจสําคัญของการค้นหา มีดังต่อไปนี้
1. การค้นหาคือเรื่องฉุกเฉิน
2. การค้นหาเป็นเรื่องลึกลับ เป็นปริศนาที่ต้องการการแก้ไขหาทางออก
3. ค้นหาร่องรอยเบาะแส ของผู้รอรับการช่วยเหลือ
4. พุ่งเป้าหมายไปที่สิ่งต่างๆ ที่เป็นปัจจัยสําคัญต่อความสําเร็จในการค้นหา ภายใต้การควบคุมดูแลของหัวหน้าหน่วย (SAR Manager)
5. ต้องคํานึงถึงว่า ผู้รอรับการช่วยเหลือได้เคลื่อนที่ออกจากรัศมีพื้นที่ค้นหาหรือไม่
6. การค้นหาแบบกริด เป็นวิธีที่ละเอียด (Grid Search) ซึ่งเป็นมาตรการสุดท้าย

Search_And_Rescue_Theory_01

1. การค้นหาคือเรืองฉุกเฉิน :
เนื่องจากผู้รอรับการช่วยเหลือ อาจต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ การตอบสนองหรือร้องขอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว สามารถช่วยลดความลําบากในการค้นหา
ยกตัวอย่างประสบการณ์ของผมเอง ในขณะที่พวกเรากําลังปฏิบัติการกู้ภัยทางอากาศ พวกเราได้รับการรายงานว่า มีผู้ชายได้รับบาดเจ็บในบริเวณภูเขาที่สูงสุดลําดับสองในพื้นที่ (ความสูง 2,867 เมตร) เฮลิคอปเตอร์กู้ภัย จําต้องลงจอดบนจุดที่สูงที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ เนื่องจากระดับความสูงและผลกระทบจากสภาพอากาศ เพื่อนร่วมหน่วยและตัวผม ได้เริ่มเดินลงไปตามทาง พวกเราพบผู้บาดเจ็บเพียงคนเดียว หลังจากเดินค้นหาเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ผู้บาดเจ็บเป็นเพศชาย อยู่ในสภาพแทบจะไม่รู้สึกตัว เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ, หลังหัก และมีอาการกระดูกแตกหักหลายจุดบนร่างกาย พวกเราติดต่อไปยังเฮลิคอปเตอร์ เพื่อแจ้งสภาพของผู้บาดเจ็บ หลังจากนั้นพวกเราเริ่มทําการปฐมพยาบาล และเตรียมพร้อมผู้บาดเจ็บเพื่อรอการเคลื่อนย้าย (Packaging) ทีมงานของผม ต้องแบกเปลผู้บาดเจ็บขึ้นเนินเขาประมาณ 3/4 กิโลเมตร เพื่อที่จะใช้รอกกว้านของอากาศยานจากเฮลิคอปเตอร์ ดึงเปลผู้บาดเจ็บขึ้นและทําการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เกิดเหตุ ในขณะที่ผู้บาดเจ็บได้ถูกนําส่งโดยเฮลิคอปเตอร์ เราได้ทําการประคับประคองอาการของผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง ท้ายสุดผู้รับบาดเจ็บได้รับการรักษาและฟื้นจากอาการบาดเจ็บตามลําดับ เหตุการณ์นี้เป็นการค้นหาและกู้ภัยที่ค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตามการทํางานที่รวดเร็ว หลังจากที่พวกเราได้รับการแจ้งให้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนําส่งโรงพยาบาลได้นั่น ใช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเรียกว่าไม่นานจนเกินไป ส่งผลที่ดีต่อการรักษาในขั้นต่อมา

ผู้รอรับการช่วยเหลืออาจต้องการการปกป้องจากสภาพแวดล้อม หน่วยกู้ภัยควรคํานึงถึงเวลาและสภาพอากาศ ซึ่งเป็นตัวการที่จะทําลายร่องรอยและเบาะแสต่างๆได้ บ่อยครั้งที่หัวหน้าหน่วยเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลําบากในการตัดสินใจ ที่จะสั่งให้หน่วยออกปฎิบัติการ เนื่องจากผู้ที่สูญหายจํานวนมาก หรือผู้ที่รอรับการช่วยเหลือเป็นเวลานานเกินไป อาจเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เกิดเหตุไปแล้ว ดังนั้นการดําเนินการที่รวดเร็ว จะช่วยลดพื้นที่ในการค้นหา โอกาสที่จะประสบผลสําเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ในการค้นหา การค้นหาในช่วงเวลากลางคืน จะช่วยจํากัดพื้นที่ในการค้นหาได้มากขึ้น เนื่องจากผู้รอรับการช่วยเหลือ ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ในเวลากลางคืน หัวหน้าหน่วยค้นหาแล้วกู้ภัย (SAR Manager) จะต้องสร้างบรรยากาศที่ดี ในสภาวะฉุกเฉินและในขณะทีกําลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นั้นๆ

Search_And_Rescue_Theory_02

2. การค้นหาเป็นเรื่องลึกลับปริศนา :
เช่นเดียวกับหนังหรือนวนิยายนักสืบ ผู้ค้นหาต้องรู้ว่าเบาะแส หรือร่องรอยใดที่ควรค้นหาติดตาม พื้นที่ที่จะค้นหา สามารถระบุตําแหน่งสุดท้าย ที่เห็นผู้หายสาบสูญ (Point last seen – PLS) และพยายามที่จะจําลองเหตุการณ์ เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้

3. ค้นหาร่องรอยเบาะแส ของผู้รอรับการช่วยเหลือ :
ผู้หายสาบสูญทุกราย มักทิ้งร่อยรอยเอาไว้ เช่น กลิ่น รอยเท้า และร่องรอยประเภทต่างๆ การค้นหาร่องรอยเป็นตัวช่วยสําคัญ ที่จะลดความลําบากในการค้นหาตัวผู้หายสาบสูญ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พวกเราได้รับมอบหมายให้จัดทีมค้นหาและกู้ภัยขนาดเล็ก เพื่อค้นหานักวิ่งที่หายสาบสูญบนเกาะแคริเบียน ภูมิประเทศบนเกาะดังกล่าว เป็นพื้นที่สูงชันมากและเป็นเขตป่าร้อน ชื้นซึ่งคล้ายกับสภาพป่าของประเทศไทย ร่อยรอยที่สามารถบ่งบอกตําแหน่งของผู้หายสาบสูญได้ ก็คือกล้องของเขาซึ่งตกอยู่ในป่าทึบ หน่วยค้นหาใช้เวลา 8 วันในการค้นหา แต่ก็ไม่ประสบผลสําเร็จ ตําแหน่งที่พบกล้องถูกนํามากําหนดให้เป็นตําแหน่งสุดท้าย ที่พบผู้หายสาบสูญ (PLS) อย่างไรก็ตาม ไม่มีพยานผู้ใดที่เห็นตําแหน่งครั้งสุดท้ายของผู้หายสาบสูญว่าอยู่ที่ใด ดังนั้นรัศมีของพื้นที่ในการค้นหา จึงขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นตามเวลา

Search_And_Rescue_Theory_03

4. พุ่งเป้าหมายไปที่สิ่งต่างๆที่เป็นปัจจัยสําคัญ ต่อความสําเร็จในการค้นหา :
การค้นหาโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย หรือขาดการวางแผนที่ดี เป็นการทําให้เสียเวลา, พลังงาน, งบประมาณ และทรัพยากร ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงให้กับทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Search_And_Rescue_Theory_04

5.คํานึงถึงว่าผู้รอรับการช่วยเหลือได้เคลื่อนที่ออกจากพื้นที่ค้นหาหรือไม่ :
การค้นหาโดยไม่รู้รายละเอียดของเป้าหมายนั้น จะทําให้เกิดความยากลําบากในการค้นหามาก คุณควรที่จะคํานึงถึงพื้นที่ที่จะต้องค้นหา และจํากัดกรอบพื้นที่ในการค้นหา การไปเยี่ยมบ้านของผู้ที่หายสาบสูญเป็นเรื่องสำคัญหากทำได้ เพื่อตรวจสอบและพูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัวของผู้ที่หายสาบสูญ เพื่อทําการประเมิณว่าบุคคลนั้นได้หายสาบสูญจริงหรือไม่ กรณีของผู้ถูกแจ้งหายสาบสูญนั้น มีอยู่มากมายทุกปีกรณีดังกล่าวจะเริ่มด้วยการการสืบสวนเบื้องต้น โดยการซักถามคําถามที่เกี่ยวข้องต่างๆ และทําการตรวจสอบตําแหน่งที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะร้องขอให้เริ่มออกปฏิบัติการค้นหาแบบเต็มรูปแบบ เช่น ถ้ารถถูกระบุตําแหน่งที่บริเวณเส้นทางไต่เขา หน่วยเคลื่อนที่เร็วจะเริ่มเดินเท้าเข้าพื้นที่ เพื่อทําค้นหาทันทีแต่ถ้าไม่มีร่องรอยเบาะแสใดๆ อย่างเช่นรถของผู้หายสาบสูญ หรือร่องรอยต่างๆ อาจจะต้องรอเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อรอประเมิณสถานการณ์

ส่วนใหญ่แล้ว ผู้สูญหายหลายคนถูกระบุตําแหน่งสุดท้ายว่าอยู่ที่บ้าน แต่มีบางครั้งที่พวกเขาออกไปที่อื่น โดยไม่แจ้งให้คนรอบข้างหรือบุคคลที่ใกล้ชิดทราบ เนื่องจากพวกเขาอาจจะแอบไปสังสรรค์ ไปพบบุคคลที่ไม่อยากเปิดเผย หรือไปทําสิ่งอื่นๆตามลำพัง อีกหนึ่งกรณีที่ผมพบจากการทำงาน พวกเราได้รับแจ้งว่ามีผู้ที่กําลังขับรถไปที่หน้าผาเพื่อฆ่าตัวตาย พวกเราต้องทําการค้นหาในรัศมี 2,652 ตารางกิโลเมตร ถ้าต้องทําการค้นหาในรูปของกรณีดังกล่าว พวกเรามักจะใช้เฮลิคอปเตอร์ลําเล็ก บินสํารวจไปตามถนนและบริเวณพื้นที่กว้างต่างๆ และให้รถตํารวจและช่างซ่อมแซมถนน สํารวจรอยล้อรถที่ขับขึ้นไปบริเวณหน้าผา การทำเช่นนี้ทำให้พวกเราสามารถช่วยชีวิตผู้สูญหายไว้ได้หลายรายแล้ว สําหรับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว เราก็ใช้รูปแบบการทํางานดังกล่าวเช่นเดียวกัน เพื่อให้ทราบที่มาและกู้ร่างของเขากลับคืนมา

6. การค้นหาแบบกริด (Grid Search) :
เป็นวิธีที่ต้องใช้เวลาและกําลังคนค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นการค้นหาอย่างละเอียด และเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ในหลักการปฏิบัติ

ผมขออุทิศบทความนี้ แทนความทรงจำให้กับเพื่อนร่วมงานคนสนิท Larry McCabe ซึ่งร่วมค้นหาและกู้ภัยบนยอดเขาสูงด้วยกันในวันนั้น Larry จากไปอย่างสงบ หลังจากต่อสู้อย่างยาวนานกับมะเร็งร้าย…

ผู้เขียน – เดน่า วีแลนเดอร์, หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นสูง ประจำเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ของ LA County Sheriff เมืองลอสเองเจอลิส ประสบการณ์การทำงานตำแหน่ง Air Rescue Crewman Paramedic กว่า 30 ปี

(1) อ้างอิง – Search is an Emergency, Field Coordinators Handbook for Managing Search Operations, written by Patrick LaValla and Robert Stoffel, copyright by the Emergency Response Institute, Inc.