Tham Luang Nang Non Cave, Chiang Rai, Thailand

ความพยายามช่วยเหลือน้องๆนักฟุตบอล 13 คน ที่ยังคงติดอยู่ในถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นการทุ่มเทและร่วมแรงร่วมใจ ค้นหาและช่วยชีวิตครั้งใหญ่อีกครั้งของประเทศไทย เราทุกคนมีเจตนาต้องการค้นหาผู้สูญหายให้พบ แต่ยิ่งไปกว่านั่นปัญหาสำคัญ อยู่ที่หากเมื่อพบแล้ว เราจะปฐมพยาบาลพวกเขาอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงต่อการสูญเสีย

การค้นหากู้ภัยในถ้ำ cave rescue เป็นงานที่ยากลำบากและอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพกายภาพของถ้ำ เป็นทั้งช่องแคบและมืดสนิท บางจุดอากาศเข้าไม่ถึง หรืออาจมีก็าซพิษจากการสะสมของซากสัตว์ ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถหายใจเข้าไปได้ การดำน้ำเข้าไปช่วย ไม่ต่างไปจากการหลับตา ควานหาช่องทางข้างหน้าเท่าที่จะทำได้ และต้องระวังรอบตัว ทั้งเพดานถ้ำ เสาหิน หินงอกหินย้อยรอบบริเวณ เสี่ยงต่อการติดขัดอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยซีลทุกคน ที่ทำหน้าที่นักประดาน้ำกองทัพเรือ อย่างสมศักดิ์ศรีและน่าภูมิใจ

Medical Staging Tent outside Tham Luang Nang Non Cave, Chiang Rai, Thailand

Medical Staging Tent outside Tham Luang Nang Non Cave, Chiang Rai, Thailand

สถานการณ์ขณะนี้ซ้ำร้ายด้วยมรสุม จากฝนที่ตกต่อเนื่องและน้ำหลากเข้าสู่ถ้ำ มวลน้ำจำนวนมากมาจากทุกช่องทาง ทั้งจากผาหมี, ร่องธารน้ำ, ช่องเขา รวมกันและเอ่อสูงขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายระดมกำลังทำแนวกั้นน้ำ และเปลี่ยนทางน้ำ ทั้งสกัดและสูบน้ำออกอย่างสุดความสามารถ

ในขณะที่เมื่อคิดถึงอาการของน้องๆในเวลานี้ ถึงแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยก็ตาม การติดอยู่ในถ้ำซึ่งทั้งเย็นและเปียกชื้นเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อของภาวะตัวเย็นเกิน (hypothermia ไฮโปเธอร์เมีย) หรือภาวะที่อุณหภูมิแกนของร่างกายต่ำผิดปกติ (ต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส) จนไม่สามารถรักษาความอบอุ่นในระดับเดิมไว้ได้ ร่างกายคนเราหากไม่ได้รับพลังงาน จากอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ อุณหภูมิแกนของร่างกายก็จะต่ำลง เมื่ออุณหภูมิของร่างกายลดลง ร่างกายจะปรับตัวเข้าสู่สภาวะการเอาตัวรอด (survival mode) ขั้นเริ่มต้นคือการหยุดส่งความร้อนจากเลือด ไปยังอวัยวะส่วนปลาย มือและเท้าจะเริ่มเย็น ความรู้สึกสัมผัสที่ปลายนิ้วจะลดลง และมีอาการหนาวสั่น หากอาการอยู่ในระดับปานกลาง (mild hypothermia) และสามารถช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้เพียงพอ ร่างกายจะสามารถปรับตัวกลับมาควบคุมอุณหภูมิได้เอง

Rescue Training Involving A Hypothermic Patient

Rescue Training Involving A Hypothermic Patient

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้รับอาหารหรือความอบอุ่นทันท่วงที อุณหภูมิในร่างกายจะยังคงตกลงอย่างต่อเนื่อง หากอุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่า 32 องศาเซลเซียส ร่างกายจะเริ่มหยุดการทำงาน ของอวัยวะหลายๆส่วน เพื่อพยายามรักษาระดับออกซิเจนที่เหลืออยู่ ให้ไปเลี้ยงสมอง ชีพจรจะเริ่มเต้นช้าลง ขยับตัวได้ช้าลง หายใจช้าลง ปากเขียวตัวเขียว เข้าสู่ระดับอาการรุนแรง หากเป็นเช่นนี้ความหวังที่จะให้ผู้ประสบภัย ใช้อุปกรณ์ดำน้ำตามออกมา ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่พบผู้ป่วยเป็นคนแรก จะต้องเตรียมช่วยเหลืออย่างไร? เราควรจะใช้เวลาที่ผ่านไป นำคนที่แข็งแรงที่สุดออกมาก่อน หรือควรช่วยผู้ที่กำลังจะหยุดหายใจก่อน?

หากพบอาการภาวะตัวเย็นเกินขั้นรุนแรง (severe hypothermia) สิ่งที่ควรทำเร่งด่วนที่สุด คือการให้ความอบอุ่นแก่ผู้ป่วย ใช้วัสดุรองไม่ให้ผู้ป่วยสัมผัสหินหรือดินที่เย็น ถอดเสื้อผ้าเปียกชื้นออก และใช้ผ้าห่มป้องกันอาการช็อค ที่มีตัวเร่งความอบอุ่นโดยทันที หากพบและเคลื่อนย้ายโดยไม่ปฐมพยาบาลก่อน โอกาสในการรอดชีวิตก็จะน้อยลง

IV Fluid Warmer On Board A Los Angeles County Fire Department Firehawk Rescue Helicopter.

IV Fluid Warmer On Board A Los Angeles County Fire Department Firehawk Rescue Helicopter.

เชื่อว่าเราทุกคนต่างมีเจตนา ในการนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเป็นที่ตั้ง แน่นอนว่าเราต้องพยายามให้ดีที่สุด แต่ความพยายามที่ดีแล้วนี่ สามารถดีได้มากขึ้น หากเราตระหนักถึงอันตรายในระหว่างการเคลื่อนย้าย และสิ่งสำคัญคือการนำอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ไปช่วยเหลือได้ตรงตามอาการ เพราะการปฐมพยาบาลอย่างทันท่วงที คือหัวใจหลักของภารกิจครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเข้าถึงได้เท่านั้น เพราะความอิดโรยและพลังงาน ที่เหลือน้อยของพวกเขา แม้แต่การถูกยกเคลื่อนย้าย หรือกระแทกโดยไม่เจตนา รวมทั้งการดึงขึ้นในแนวดิ่งจากปล่องถ้ำ ตามพื้นที่ที่ไม่เอื้ออำนวย สามารถกระทบกระเทือน ให้ผู้ป่วยมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ (ventricular fibrillation) และหมดสติหรือเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้ จึงต้องปฏิบัติกับผู้ป่วยอย่างนิ่มนวล รีบตรวจเช็คสภาพความบาดเจ็บ และคัดแยกผู้ประสบภัย ให้ได้รับการรักษาพยาบาลในภาวะฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจัยความเร่งด่วน มีตัวแปรสำคัญคือระยะเวลาและอุณหภูมิของน้ำ ในกรณีที่ไม่มีปัญหาจากการบาดเจ็บ ผู้ป่วยภาวะตัวเย็นเกิน (ไฮโปเธอร์เมีย) โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ซึ่งมีไขมันภายในร่างกายน้อยกว่าผู้ใหญ่ และความร้อนภายในร่างกาย กระจายออกทางผิวหนังได้เร็วกว่า จากสถิติทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพแวดล้อมใกล้น้ำ ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส โดยไม่มีเสื้อผ้าป้องกันความหนาวเย็น ผู้ป่วยจะมีอาการหนาวสั่นภายใน 40 นาที และอาจหมดสติได้ภายในไม่เกิน 7 ชั่วโมง

ในสภานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ผู้เข้าถึงผู้ประสบภัยเพื่อทำการเคลื่อนย้าย จะต้องมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลภาคสนามเฉพาะทาง และผ่านการอบรมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้าถึงตัวผู้ประสบภัย ไม่ควรเป็นเพียงผู้แบกหามลำเลียงผู้ป่วยออกมา และรอให้การปฐมพยาบาลเป็นหน้าที่ของทีมแพทย์ หากเรารับมือกับความยากเย็นอย่างรอบคอบรัดกุม เวลาที่เหลือน้อยของผู้รอรับการช่วยเหลือ และความพยายามจากทุกฝ่าย จะไม่หมดไปอย่างสูญเปล่า