สันทนาการ VS งานกู้ภัย กับความเข้าใจการ “โรยตัว”

Back to ข้อมูลความรู้

สันทนาการ VS งานกู้ภัย กับความเข้าใจการ “โรยตัว”

บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นความเข้าใจ ที่ยังสับสนระหว่างความหมายของคำว่า การโรยตัว (rappelling) และการกู้ภัย (rescue) อะไรคือสิ่งที่แตกต่าง อธิบายโดยสังเขปได้ว่า “การกู้ภัย” เป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ออกจากสถานการณ์ที่อันตราย ในขณะที่ “การโรยตัว” คือ “วิธีการ” ที่อาศัยอุปกรณ์ในการช่วยโรยตัว ลงจากตำแหน่งที่สูงไปยังพื้นที่ต่ำกว่า เพื่อทำการช่วยเหลือต่อไป ในบางครั้งการโรยตัว เพื่อนำพาตนเองออกจากอันตราย ถือว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของทักษะช่วยเหลือตนเอง (self-rescue) เช่นกัน แต่เมื่อโรยตัวเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ถือว่าเป็นเพียงการใช้ทักษะ “ส่วนหนึ่ง” ในการทำงานกู้ภัยเท่านั้น.

ทำไมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ถึงใช้การโรยตัว

การโรยตัวถือเป็นทักษะที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งเพื่อการทำงานและกิจกรรมสันทนาการ การโรยตัวเพื่อทำงาน เช่น การใช้เชือกเข้าถึงพื้นที่ Rope Access โดยอาศัยการโรยตัวเพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น บริเวณด้านข้างของตึกหรืออาคารสูง, โรยตัวลงจากต้นไม้ใหญ่ ในด้านสันทนาการ มักจะใช้การโรยตัวเพื่อทำกิจกรรมผาดโผน เช่น ปีนเขา, โรยตัวในภูมิประเทศ หรือโรยตัวลงจากน้ำตก (canyoneering) และกิจกรรมผจญภัยอื่นๆบนที่สูง ซึ่งมีความเสี่ยง.

การโรยตัวของเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อประคองผู้ประสบภัยลงมาพร้อมกัน Tandem Rappel มักทำในพื้นที่ลาดชันและไม่ราบเรียบ

ในการทำงานกู้ภัยนั้น การโรยตัวเป็นวิธีการเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว เพื่อประเมินอาการบาดเจ็บเบื้องต้น การใช้วิธีโรยตัวจึงเป็นวิธีที่ดี ที่จะเข้าไปสำรวจให้พบผู้ประสบภัยโดยเร็ว และใช้อุปกรณ์แต่น้อย หลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย ประเมินสถานการณ์และอาการของผู้บาดเจ็บเบื้องต้นแล้ว ก็สามารถสื่อสารกลับมายังทีมกู้ภัย ที่รอข้อมูลจากการสำรวจและสิ่งที่ต้องการ เพื่อวางแผนการช่วยเหลือให้ดียิ่งขึ้นในขั้นต่อไป

ในกรณีที่ผู้ประสบภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ หรือบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย สามารถให้ความช่วยเหลือด้วยการโรยตัว โดยใช้เทคนิคการประคองคู่ลงมาพร้อมกัน (Tandem Rappel แทนเด็ม แร็พแพล) การโรยตัวในลักษณะนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเป็นผู้ควบคุมการลง และเกี่ยวคล้องตัวเองเข้ากับตัวผู้บาดเจ็บ แล้วจึงโรยตัวหรือประคองให้ลงมาพร้อมกัน.

วิธีนี้สามารถทำได้ง่าย หากเป็นการลงจากพื้นที่แนวดิ่ง แต่หากมีอุปสรรคจากพื้นที่ ซึ่งมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน เช่น การโรยตัวพาคนเจ็บลงจากน้ำตก ก็อาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก การที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถใช้มือเพื่อโรยตัวแบบปกติได้ เพราะต้องพยายามทรงตัวในการรักษาสมดุล ระมัดระวังในการก้าวลงแต่ละก้าวระหว่างให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมีโอกาสเสียการทรงตัว ในขณะที่ต้องควบคุมอุปกรณ์โรยตัว มีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ตามมา ทั้งต่อตัวเจ้าหน้าที่กู้ภัยเองและผู้ประสบภัยอีกด้วย จึงต้องพิจารณาความเสี่ยงโดยรอบ.

อุปกรณ์โรยตัวลง ( Descender) คืออะไร ?

อุปกรณ์สำหรับโรยตัวหรืออุปกรณ์ควบคุมการลง (Descent Control Device) ออกแบบมาเพื่อใช้เปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการโรยตัว ให้เป็นความร้อนโดยอาศัยแรงเสียดทาน กล่าวคือการโรยตัวจะอาศัยหลักฟิสิกส์ในการควบคุมจังหวะความเร็วของการโรยตัว ซึ่งกฎการอนุรักษ์พลังงาน หรือกฎข้อที่หนึ่งของเทอร์โมไดนามิกส์ มีหลักการว่า “พลังงานนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง หรือทำลายให้สูญสลายไปได้ แต่สามารถเปลี่ยนรูป หรือถูกถ่ายโอนจากไปเป็นพลังงานรูปแบบอื่นๆได้” เช่น พลังงานศักย์สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานจลน์ ตามหลักการพลังงานทางด้านกลศาสตร์ ในการโรยตัวลงของบุคคล พลังงานที่เกิดขึ้นจะถูกถ่ายเทเป็นความร้อน ไปยังองค์ประกอบอื่นๆ หากพลังงานไม่เกิดการเปลี่ยนรูปแล้ว บุคคลที่โรยตัวก็จะตกลงถึงพื้นโดยทันที

การใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยโรยตัวลงพื้นได้อย่างปลอดภัย อาจฟังดูเป็นเรื่องง่ายไม่ซับซ้อน แต่มีตัวแปรที่เกี่ยวข้องที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย เช่น น้ำหนักของบุคคล และระยะความสูงที่จะโรยตัว อุปกรณ์โรยตัวที่เลือกใช้ จะต้องเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อให้อุปกรณ์โรยตัวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หากเลือกใช้อุปกรณ์โรยตัวที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เหมาะกับตัวแปรข้างต้น ผู้โรยตัวอาจต้องอาศัยมือ เข้ามาช่วยเพิ่มแรงเสียดทานในการชลอการโรยตัว ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยง ต่อการบาดเจ็บที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น.

มีการทดลองจากโรงงานผู้ผลิตแห่งหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร้อนที่มากกว่า 100 องศาเซลเซียส (212 ฟาเรนไฮต์) จากการใช้อุปกรณ์โรยตัว ที่ความสูง 45 เมตร (150 ฟุต) ความร้อนที่เกิดจากแรงเสียดทานในระหว่างการโรยตัว ถ่ายเทมาที่อุปกรณ์โรยตัวในจุดที่อุปกรณ์สัมผัสกับเชือก จากนั้นจึงแผ่ความร้อนกระจายไปยังส่วนต่างๆ รวมถึงอากาศบริเวณโดยรอบของอุปกรณ์โรยตัวนั่นด้วย

หากเลือกใช้อุปกรณ์โรยตัวไม่เหมาะสม จะทำให้ความร้อนที่เกิดจากแรงเสียดทาน ถูกถ่ายโอนไปยังถุงมือแทนที่จะไปยังอุปกรณ์โรยตัว ทำให้ถุงมือของผู้ใช้งานเกิดความร้อนสูง หรืออาจจะไหม้จนทนจับไว้ไม่ไหวจนต้องปล่อยมือ กรณีที่แย่ที่สุด เมื่อไม่มีแรงเสียดทานเพียงพอที่จะช่วยชลอการลง อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บถึงชีวิต จากการตกจากที่สูงก็อาจตามมา

Descenders come in various styles. Shown are a Conterra Delta V, Rock Exotica Totem, CMC Rappel 8, Climbing Technology Sparrow 200R, and CMC Clutch.

ประเภทของอุปกรณ์โรยตัว ( Descender) มีอะไรบ้าง ?

อุปกรณ์โรยตัวแบบไม่บีบจับเชือก (non-locking หรือ non-blocking) เป็นอุปกรณ์โรยตัว ที่อาศัยแรงเสียดทานจากการสัมผัสกันระหว่างเชือกกับโลหะ อุปกรณ์เหล่านี้มักประกอบด้วย จุดสัมผัสเชือกหลายจุด (points of contact) แต่ละจุดสัมผัสทำให้เกิดแรงเสียดทาน และเกิดการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน ซึ่งช่วยให้ผู้โรยตัวสามารถควบคุมความเร็วในการลง และป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากการตกหล่น อุปกรณ์โรยตัวลักษณะนี้ มักมีองค์ประกอบน้อย และออกแบบมาเพื่อใช้ในด้านสันทนาการเป็นส่วนมาก

อุปกรณ์โรยตัวแบบมีตัวบีบจับเชือก (self-locking หรือ blocking descender) เป็นอุปกรณ์โรยตัวที่ออกแบบ ให้มีกลไกหรือชิ้นส่วน ในการจับหรือบีบเชือกได้เองโดยไม่ใช้มือช่วยเบรค อุปกรณ์โรยตัวลักษณะนี้ อาศัยแคมหรือเฟืองล๊อคเชือก (Cam) ในการบิดหรือบีบกดไปยังเชือก ช่วยชลอการลงได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ โดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์โรยตัวประเภทนี้ จะมีราคาสูงกว่าอุปกรณ์โรยตัวแบบไม่จับเชือก แต่ก็แลกมาซึ่งความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ขจัดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการควบคุมเชือกของผู้ใช้งานลงได้

Descenders การจัดประเภทอุปกรณ์โรยตัว สำหรับการกู้ภัยและการทำงานบนที่สูง

อุปกรณ์โรยตัวประเภทห่วงโรยตัวรูปเลข 8 (Figure 8): ห่วงโรยตัวประเภทนี้ ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี 1932 เหตุที่ได้ชื่อว่าห่วงโรยตัวรูปเลข 8 เพราะมีรูปทรงคล้ายๆหมายเลข 8 นั่นเอง อุปกรณ์ลักษณะนี้ อาศัยแรงเสียดทานที่เกิดจากการสัมผัส ในจุดต่างๆของอุปกรณ์ เกิดแรงเสียดทานระหว่างเชือกกับโลหะในขณะโรยตัว

อุปกรณ์โรยตัวแบบรางเบรค (Rack): อุปกรณ์โรยตัวประเภทนี้ ประกอบด้วยรางหรือบาร์หลายชิ้น ซึ่งเชือกจะพาดผ่านบาร์เหล่านั้น เพื่อให้เกิดแรงเสียดทาน จำนวนการสัมผัสบาร์แต่ละส่วน และระยะห่างระหว่างบาร์ที่เกิดขึ้น จะเป็นตัวกำหนดความมากน้อย ของแรงเสียดทานเมื่อเชือกพาดผ่าน

อุปกรณ์โรยตัวแบบคันโยกหรือมือจับ (bobbin): อุปกรณ์โรยตัวประเภทนี้ เชือกจะพาดผ่านระหว่างแคมหรือเฟืองล๊อคเชือก (cam) ผู้ใช้สามารถกำหนดแรงเสียดทานได้ตามต้องการ โดยผ่านการขยับหรือบังคับคันโยก อุปกรณ์โรยตัวแบบมือจับบางรุ่น ออกแบบให้มีระบบล็อคสองชั้น (panic stop) ในกรณีเกิดการกระตุกคันโยกอย่างกะทันหัน

อุปกรณ์โรยตัวแบบใดที่ควรเลือกใช้?

เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย ผู้ใช้งานควรเลือกใช้อุปกรณ์โรยตัวให้เหมาะสม กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น อุปกรณ์โรยตัวที่ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการใช้เชือกเข้าถึงพื้นที่ Rope Access เลือกใช้ ย่อมแตกต่างไปจากอุปกรณ์โรยตัว สำหรับกิจกรรมสันทนาการเป็นอย่างมาก

อุปกรณ์โรยตัวที่มีขนาดใหญ่ จะทนความร้อนได้นานกว่าอุปกรณ์โรยตัวขนาดเล็ก เนื่องจากปริมาณโลหะที่มากกว่า จึงสามารถดูดซับความร้อนได้นาน และมีบริเวณหน้าสัมผัสของอุปกรณ์ก็มากกว่าอีกด้วย ในขณะที่อุปกรณ์โรยตัวขนาดเล็กจะร้อนเร็วกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ในการดูดซับความร้อนน้อยกว่านั่นเอง อุปกรณ์โรยตัวสำหรับลงถ้ำ ที่มีความสูง 200 เมตร ย่อมถูกออกแบบมาให้แตกแตกต่าง จากอุปกรณ์โรยตัวที่ใช้โรยตัวหนีไฟของนักดับเพลิงบนอาคารที่ความสูง 10 เมตร

นอกจากนี้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์โรยตัว ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์อื่นๆที่นำมาใช้ร่วมกัน เช่น อุปกรณ์โรยตัวแบบคันโยก มักถูกออกแบบมาให้ใช้กับขนาดเชือก และประเภทของเชือกที่เฉพาะเจาะจง เพื่อการทำงานที่เต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่ห่วงโรยตัวรูปเลข 8 และอุปกรณ์โรยตัวแบบรางเบรค สามารถใช้งานได้กับขนาดเชือกที่หลากหลาย ขนาด, โครงสร้างและประเภทของวัสดุผลิตเชือก ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์โรยตัวด้วยเช่นกัน

การจะเลือกใช้อุปกรณ์โรยตัวให้เหมาะสมนั้น ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ลักษณะงานและประเภทของเชือกที่นำมาใช้ เลือกอุปกรณ์โรยตัวให้เหมาะสม ตามปัจจัยที่เราได้กล่าวไปข้างต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากคุณต้องการคำแนะนำในการเลือกอุปกรณ์โรยตัวที่เหมาะสม โปรดติดต่อเราได้ที่ contact us.

Back to ข้อมูลความรู้
Send this to a friend