ข้อมูลและคำถามน่าสนใจ เพื่อผู้ใช้งานรอก

ข้อมูลและคำถามน่าสนใจ เพื่อผู้ใช้งานรอก

ข้อมูลและคำถามน่าสนใจ เพื่อผู้ใช้งานรอก

“รอก” Pulley คือ ล้อซึ่งหมุนด้วยแกนระหว่างแผ่นด้านข้าง ออกแบบเพื่อใช้ทำระบบรอกทดแรง Mechanical Advantage หรือเปลี่ยนทิศทางในการดึงเชือก ช่วยในการดึงขึ้นหรือยกวัตถุสิ่งของหรือบุคคล รอกถือเป็นอุปกรณ์หลัก ในการลดแรงเสียดทาน และผ่อนแรงในการดึงขึ้น

ยังมีคำถามไหนที่คุณอยากให้เราช่วยตอบ ส่งคำถามของคุณมาได้ที่กล่องข้อความด้านล่างนี้

สิ่งแรกของการเลือกรอก มาจากการตั้งคำถามว่า จะนำรอกไปใช้งานลักษณะไหน? จะนำไปใช้ยกสิ่งของหรือบุคคล? ต้องการใช้รอกไปช่วยทดแรง หรือนำไปเปลี่ยนมุมหรือทิศทางในการดึงเชือก? ความสูงเท่าไรในการใช้ยกน้ำหนักที่ต้องการ? นำรอกไปใช้กับเชือกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าไร? มีคนช่วยยกหรือดึงเชือกในการทดแรงกี่คน? จุดยึดโยงรอกทนทานและแข็งแรงพอ ที่จะรับทั้งน้ำหนักที่จะยกรวมกับแรงดึงเข้าด้วยกันหรือไม่? ข้อมูลแวดล้อมในการทำงานเหล่านี้ จะช่วยในการตัดสินใจเลือกรอกที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต้องการ เพื่อจะหาขนาดรอก, ระบบล้อรอก และการรับแรงดึงที่เหมาะสมกับงานของคุณต่อไป หากคุณต้องการคำปรึกษาในการเลือกจากหน้างาน โปรดติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของเราที่ Line ID: @seaairthai

รอกถูกออกแบบโดยให้ล้อรอกหมุนไปรอบแกนของตัวรอก เพื่อช่วยลดแรงเสียดทานลง ลูกปืนหรือแหวนจึงถูกนำมาใช้ในการผลิตล้อรอก ระบบแหวนคือการทำวงกลมที่เรียบ ทนทาน และหมุนวนได้ดี มาผลิตล้อรอกเพื่อลดแรงเสียดทาน, ระบบลูกปืนคือเม็ดโลหะขนาดเล็กคล้ายลูกบอลที่หมุนตัวไปมารอบด้านเพื่อช่วยลดแรงเสียดทาน ระบบล้อรอกแบบลูกปืน มีประสิทธิภาพในการช่วยลดแรงเสียดทาน ได้มากกว่าระบบล้อรอกแบบแหวน และนิยมเป็นระบบล้อรอก สำหรับรอกคุณภาพสูงที่ต้องการค่าประสิทธิภาพรอกสูง ล้อรอกจะหมุนตัวและลื่นไหลได้ดีเยี่ยม กระบวนการผลิตแบบลูกปืนค่อนข้างซับซ้อนและมีราคาสูงกว่า รอกแบบแหวนมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า แต่มักนิยมใช้ในการทำรอกที่ต้องรับแรงดึงหรือกระแทกสูง เช่น รอกผ่อนกิ่งไม้ ซึ่งต้องรองรับน้ำหนักกิ่งไม้ ที่ร่วงตกลงมาในการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะงานสายรุขกรรม ซึ่งผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ หรือรุกขกรมืออาชีพ ต่างรู้จักรอกชนิดนี้เป็นอย่างดี

รอก รุ่น Omni-Block เป็นรอกชนิดพิเศษที่ออกแบบเป็นครั้งแรกของโลกโดย Rock Exotica เป็นลิขสิทธิ์ที่โรงงานผลิตนำข้อดีระหว่างรอกและลูกหมุน ให้อยู่รวมกันในรอกเพียงชิ้นเดียว การมีลูกหมุนจะช่วยให้รอกบิดตัวได้รอบทิศทางตามแรงดึง ลดเชือกพันเป็นเกลียว และช่วยลดปัญหาเชือกบิด และกดเสียดสีบริเวณแผ่นด้านข้างรอก เมื่อไม่เกิดการสัมผัสและเสียดสี การยกและทดแรงจึงทำได้ต่อเนื่องและรวดเร็วขึ้น การเปิดแผ่นข้างรอกแบบกดปุ่ม ยังเป็นดีไซน์เฉพาะที่ทำให้เปิดเอาเชือกเข้าและออกจากตัวรอกทำได้ง่าย โดยไม่ต้องปลดรอกออกจากจุดยึดให้เสียเวลาอีกด้วย

เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับรอกที่มีจุดแขวนหรือรูด้านบน แต่ในรอกบางชนิดจะมีรูด้านล่างในการเกี่ยวเชือกหรืออุปกรณ์อื่นๆ รอกชนิดพิเศษถูกออกแบบให้มีรูมากขึ้น ทั้งด้านบนและด้านล่าง เช่น รอกสามรู รอกปีนต้นไม้ Hitch Climber Pulley , รอกปีนต้นไม้ 3 รู Hitch Climber Eccentric, รอกเดี่ยวสำหรับงานปีนต้นไม้ ISC Phlotich, รอกเดี่ยว 3 รูสำหรับงานต้นไม้ รุ่น Rigger, รอกสองรูสำหรับปีนต้นไม้ รุ่น Orbiter A Single Pulley, รอกติดลูกหมุนพร้อมจุดยึด 3 จุด Hydra หรือแม้แต่รอกขนาดใหญ่อย่าง รอกเดี่ยวขนาดใหญ่ Kootenay Ultra

รอกหลายรูที่กล่าวถึงข้างต้น ตั้งใจออกแบบเพื่อประโยชน์ใช้งานที่หลากหลาย ใช้รวมอุปกรณ์เข้าด้วยกัน หรือทำหน้าที่คล้ายแผ่นกระจายน้ำหนัก Anchor Plate ในการทำระบบเชือก เพื่อขึ้นและลงหรือทดแรง รอกหลายรูมักนิยมใช้ในการใช้ปีนขึ้นและลงต้นไม้, ประกอบอุปกรณ์ไต่ขึ้นและลงเชือก, ประกอบใช้การยึดโยงอุปกรณ์ได้หลายทิศทาง เป็นต้น

รอกควรมีความแข็งแรงทนทานเพียงพอ ในการใช้ยกสิ่งของหรือบุคคล และไม่เกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหมุนตัวอย่างลื่นไหลของล้อรอก รอกส่วนใหญ่จะมีค่าแรงดึงกำจัด ซึ่งกำหนดไว้ในขณะใช้งาน หรือ Working Load Limit (WLL) ระบุไว้บนตัวรอก ค่าแรงดึงขณะใช้งานนี้เป็นตัวเลขที่โรงงานผู้ผลิตวัดประสิทธิภาพจากการออกแบบ, วัสดุที่ใช้ในการผลิต และค่าการรับแรงดึงขณะนำไปใช้ หากแรงดึงเกินกว่าค่าที่กำหนด อาจจะไม่ได้ทำให้รอกเกิดชำรุดเสียหายที่เห็นได้จากภายนอก แต่อาจสร้างความเสียหายจากภายใน ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่ออันตรายในขณะใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรรู้และไม่นำไปใช้เกินพิกัดในการรับน้ำหนักหรือแรงดึงที่เหมาะสม

ค่าประสิทธิภาพรอก วัดได้จากผลของแรงดึงซึ่งผ่านเชือกที่ออกจากตัวรอก แรงดึงที่วัดได้ควรเท่ากับแรงดึงเชือกก่อนเข้าตัวรอก รอกที่มีประสิทธิภาพสูงควรช่วยให้แรงดึงของเชือกทั้ง 2 ด้านเท่ากัน เช่น แรงดึง 100 กิโลกรัมส่งผ่านเข้ารอก ควรมีแรงดึงออกจากรอกที่ 100 กิโลกรัม หากผลของแรงวัดได้เพียง 80% แสดงว่าแรงดึงหายไป 20% เมื่อใช้งานรอกตัวดังกล่าว รอกตัวนั้นจึงมีค่าประสิทธิภาพที่ 80%

วิธีคำนวนหาค่าประสิทธิภาพรอก ทำได้จากการทดสอบการใช้งานร่วมกับเชือกที่ใช้เท่านั้น ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างส่งผลต่อค่าประสิทธิภาพของรอก รวมถึงการออกแบบและเชือกที่ใช้งานร่วมด้วย โรงงานผู้ผลิตมักระบุตัวเลขประสิทธิภาพของรอก ไว้เพื่อเป็นแนวทางบ่งบอกคุณภาพของรอกที่ผลิต แต่ตัวเลขที่แสดงให้เห็น มักเป็นผลการทดสอบภายในห้องปฏิบัติการณ์ ภายในห้องแล็ปที่สามารถควบคุมตัวแปรต่างๆ เช่น สภาพเชือกที่ใหม่, อุณหภูมิในการทดสอบ, สภาพความเป็นกรดและด่าง, การควบคุมความชื้นให้เหมาะสม ฯ ซึ่งแตกต่างจากการใช้งานภาคสนามในชีวิตจริง ที่ปัจจัยแวดล้อมในพื้นที่หน้างานแตกต่างกันไป ค่าประสิทธิภาพรอกเมื่อนำไปใช้งาน จึงมักจะต่ำกว่าตัวเลขที่ทดสอบได้

หากคุณเคยเห็นหรือใช้คาราบิเนอร์ แทนการใช้รอกทำระบบทดแรงหรือดึงขึ้น การทดแทนอุปกรณ์ในลักษณะดังกล่าว ไม่ทำให้ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน เนื่องจากรอกทำหน้าที่ลดแรงเสียดทาน ด้วยการหมุนตัวของล้อรอก แต่หากดึงเชือกผ่านคาราบิเนอร์ นอกจากจะทำให้เชือกยืดตึงและงอตัวอย่างมาก จะเกิดแรงฝืดเพราะคาราบิเนอร์ไม่หมุนตัวตามเชือก ทำให้ประสิทธิภาพในการทดแรงลดลงถึง 50% เนื่องจากแรงเสียดทานของวัตถุสองชนิด คือ เชือกซึ่งที่งอตัวและเสียดสีไปบนแกนขนาดเล็กของคาราบิเนอร์ เชือกจะยืดตัวมากแต่กลับลดแรงเสียดทานได้น้อย ดังนั้นเมื่อเทียบกับการใช้รอกทั่วไป ซึ่งอาจมีราคาไม่สูงหรือล้อรอกทำด้วยระบบแหวน ไม่ใช่ระบบลูกปืนประสิทธิภาพสูง ก็ยังจะสูญเสียประสิทธิภาพในการทดแรงไปประมาณ 30% ซึ่งดีกว่าการใช้คาราบิเนอร์มาทดแทนรอก

รอกขนาดเล็กมีค่าประสิทธิภาพของรอกน้อยกว่ารอกขนาดใหญ่ แต่รอกเล็กก็มีข้อดีในการนำไปใช้ รอกขนาดเล็กน้ำหนักน้อยกว่าและเบากว่า ซึ่งหากต้องการลดน้ำหนักในการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เน้นความเบาและคล่องตัว หรือนำรอกไปใช้งานในพื้นที่ห่างไกล เช่น การใช้งานรอกในพื้นที่ปาภูเขา ทำระบบทดแรงบนหน้าผา ฯ ขนาดของล้อรอกอาจไม่ใช่ปัจจัยหลัก หากทำไปใช้เพื่อเปลี่ยนทิศทางในการดึงเชือก เนื่องจากเชือกไม่ถูกโค้งงอตัวไปรอบล้อรอกโดยตรงหรือใช้งานแนวดิ่ง ดังนั้นในการเปลี่ยยมุมดึงเชือก จึงควรคำนึงถึงประสิทธิภาพของการผลิตล้อรอก มากกว่าการเลือกขนาดของรอกเป็นสำคัญ เพราะต้องการประวิทธิภาพเพื่อใช้ลดแรงเสียดทาน เช่น ควรเลือกล้อรอกระบบลูกปืน Ball Bearing

รอกควรมีขนาดใหญ่เพียงพอที่เชือกสามารถโค้งงอตัวได้พอดี ตามธรรมขาติและอัตราโค้งงอของเชือกเส้นนั้นๆ การผลิตเชือกในปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้อัตราการโค้งงอตัวของเชือกเข้ากับขนาดรอกที่เล็กลงได้ ในขณะที่ยังรักษาประสิทธิภาพการทดแรงของรอกนั้นไว้ เชือกโรยตัวหรือเชือกกู้ภัย และใช้งานบนที่สูงโดยส่วนมาก ซึ่งทำจากเส้นใยสังเคราะห์ เช่น ไนลอน และ โพลีเอสเตอร์ ควรใช้งานร่วมกับรอกขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเชือกประมาณ 3 เท่า แต่สำหรับเชือกเส้นใยธรรมชาติ เช่น เชือกมะนิลา ซึ่งใหญ่และแข็ง อัตราการโค้งงอน้อยกว่าเชอกเส้นใยสังเคราะห์ ควรใช้งานร่วมกับรอกขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเชือกประมาณ 5 เท่า

เชือกสามารถวิ่งไปมาได้หลายทิศทางบนรอก หากต้องการใช้เชือกวิ่งหรือไหลผ่านรอกไปเพียงด้านเดียว จะต้องติดตั้งอุปกรณ์จับหรือเบรคเชือกร่วมด้วย รอกบางชนิดจะมีคานหรือแคม ซึ่งคอยเบรคหรือล็อคเชือกไว้ หากไม่มีชิ้นส่วนดังกล่าวก็สามารถเพิ่มเงื่อนจับเชือกหรือเงื่อนพรูสิค (Prusik) ประกอบการใช้รอกได้ ซึ่งการใช้เงื่อนพรูสิคต้องระมัดระวังไม่ให้เชือก ถูกดึงหรือเข้าไปติดค้างหรือขัดอยู่ภายในล้อรอก ซึ่งจะทำให้รอกเกิดแรงดันแผ่นด้านข้างออกและรอกอาจพังหรือแตกออก ส่งผลให้น้ำหนักบุคคลหรือวัตถุอุปกรณ์ที่แขวนอยู่ตกกระแทก เกิดอันตรายหรือเกิดการบาดเจ็บขึ้นได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุดังกล่าว และตัดปัญหาการใช้งานรอกร่วมกับเงื่อนเชือก หากต้องการใช้เงื่อนพรูสิคร่วมกับรอกเพื่อจับล็อคเชือก ควรเลือกใช้รอกชนิด prusik minding pulleys (PMP) ที่ออกแบบมาให้มีแผ่นข้างรอกรูปทรงเหลี่ยม มุมหรือองศาของแผ่นข้างรอกชนิดนี้ สามารถดันปมเชือกไว้ไม่ให้เข้าไปแทรก หรือติดขัดระหว่างล้อรอกขณะใช้งานได้

ไม่แนะนำให้ใช้รอกคู่ใส่เชือกที่รางของล้อข้างเดียวเพื่อเป็นรอกเดี่ยว รอกถูกออกแบบให้ใช้งานแขวนตัวในแนวดิ่งเมื่อรับน้ำหนัก เพื่อให้เชือกไม่เสียดสีที่แผ่นข้างรอก เมื่อนำเชือกเส้นเดียวใส่ล้อรอกข้างใดข้างหนึ่ง รอกจะเสียสมดุลและไม่สามารถรับแรงดึงในจุดที่แข็งแรงสูงสุดได้ เมื่อรอกเอียงและเชือกเสียดสีกับแผ่นข้างรอก เกิดแรงเสียดทานที่ลดทอนประสิทธิภาพการทดแรงของรอกลง หากใช้งานเป็นเวลานาน อาจเกิดขอบข้างรอกสึกหรอ และบาดทำอันตรายต่อเชือกได้

ไม่มีการกำหนดขนาดเชือกเล็ก ซึ่งเหมาะกับการใช้งานร่วมกับรอก (มีการกำหนดขนาดเชือกที่ไม่ควรเกินขนาดที่พอดีกับล้อรอก) จึงสามารถใช้เชือกขนาดเล็ก กับรอกที่ใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเชือกได้

ไม่ควรเลือกใช้เชือกที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดรอก เพราะเมื่อเชือกมีขนาดใหญ่กว่าร่องของล้อรอก หากนำไปรับแรงดึงหรือทดแรง เชือกจะแผ่และแบนตัวออกด้านข้าง ปลอกเชือกจะขูดและรูดไปกับแผ่นข้างรอกในขณะใช้งาน แรงเสียดทานจากการเสียดสีของเชือกจะทำให้เกิดความร้อน ทำให้ทั้งแผ่นข้างรอกและเชือกเกิดการสึกหรอ ลดทอนประสิทธิภาพในการทดแรง และยังเพิ่มความเสี่ยงที่แผ่นข้างรอก จะถูกกดและดันออกโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

ขนาดของรอกวัดจากเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อรอก ควรเลือกรอกให้สัมพันธ์กับขนาดของเชือกที่ใช้ ขนาดของล้อรอกที่ใหญ่จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทดแรง และใช้แรงดึงที่น้อยกว่ารอกขนาดเล็กเมื่อใช้ยกน้ำหนักขึ้น ในปัจจุบันเมื่อนำรอกไปใช้งานกับเชือก ซึ่งทำจากเส้นใยสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ (ไนลอน, โพลีเอสเตอร์, เทคนอร่า ฯ) แนะนำให้เลือกรอกที่มีขนาดของล้ออย่างน้อย 3 เท่า ของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเชือก เช่น หากใช้เชือกโรยตัว, เชือกทำงานบนที่สูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 มม. ควรเลือกรอกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 30 มม.(10×3)

ยังมีคำถามไหน ที่เรายังตอบไม่หมดอีกหรือไม่?

     

     

     


    หมวดหมู่สินค้า