เทคโนโลยีการผลิตเชือก พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว ทั้งในแง่วัสดุและกระบวนการผลิต จนปัจจุบันการทำงานบนที่สูง มีเชือกทางเลือกมากมายให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้ โดยเชือกแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปทั้งในด้านวัสดุ, โครงสร้างภายใน, การถักทอปลอกภายนอกของเชือก, อัตราการรับแรงดึง ในปัจจุบันเชือกที่ผ่านการผลิตจากโรงงานที่มีชื่อเสียงเชื่อถือได้ และผ่านมาตรฐานการทดสอบอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แม้จะมีขนาดที่เล็กลงก็ตาม
ถึงแม้ว่าเชือกที่ใช้โรยตัว เมื่อเทียบกับเชือกขนาดเล็กที่เรียกกันว่า Accessory cord หรือเชือกคอร์ด ในขนาดที่เท่ากัน หากมองจากภายนอกอาจดูคล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วมีความแตกต่างที่สำคัญ ซึ่งผู้ใช้งานควรทราบ ทั้งโครงสร้างเชือกและคุณสมบัติ ซึ่งความแตกต่างนี้จะเป็นตัวกำหนดวิธีการใช้งาน และความปลอดภัยเมื่อต้องเลือกใช้งานเชือกขนาดเล็ก
เชือกที่ใช้รองรับน้ำหนักบุคคลหรือเชือกนิรภัย เช่น เชือกโรยตัว และเชือกที่ใช้ในการทำงานบนที่สูง rope access หรือใช้ดึงบุคคลหรือเปลในการทำระบบเชือกกู้ภัย rope rescue ซึ่งเชือกชนิดนี้จะต้องได้รับการออกแบบเพื่อจุดประสงค์ในการรับน้ำหนักบุคคลโดยเฉพาะ ซึ่งมีการกำหนด 2 มาตรฐานหลักที่ครอบคลุมเชือกประเภทนี้ คือ :
- มาตรฐาน EN 1891:1998 – เป็นมาตรฐานยุโรป ที่กำหนดคุณสมบัติอุปกรณ์ป้องกันภัยที่ใช้งานกับบุคคล สำหรับป้องกันการตกจากที่สูง – ซึ่งกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติเชือกแบบมีแกน Kernmantel ความยืดตัวต่ำ
- มาตรฐาน NFPA 2500 – เป็นมาตรฐานอเมริกา กำหนดการปฏิบัติการและการฝึกอบรม สำหรับงานด้านการค้นหาและกู้ภัย ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของเชือกนิรภัยที่ใช้งานร่วมกับบุคคล และอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการช่วยชีวิตและบรรเทาสาธารณภัย
รายละเอียดและขั้นตอนการทดสอบของมาตรฐานทั้งสองนี้ มีความแตกต่างกัน แต่มีการกำหนดเงื่อนไขที่คล้ายกัน คือ :
- กำหนดรายละเอียดโครงสร้างเชือก ทั้งปลอกนอกและแกนในของเชือกแบบมีแกน (Kernmantle)
- อัตราการรับแรงดึงขั้นต่ำ Minimum breaking strength (MBS)
- จุดหลอมเหลวขั้นต่ำ Minimum melting point
- อัตราการยืดตัว Elongation
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเชือก
ทั้งมาตรฐาน EN 1891 และ NFPA 2500 ต่างกำหนดให้เชือกทั้งเส้น ต้องผลิตด้วยเส้นใยที่ใหม่และยาวต่อเนื่องตลอดทั้งเส้น ห้ามใช้วัสดุรีไซเคิล หรือมีการตัดต่อด้านในแกนเชือก หรือเชื่อมต่เชืกอ, ผูกให้ติดกัน, พันให้ติดกันของเส้นใยภายในเชือก
โดยข้อกำหนดเหล่านี้มีไว้เพื่อให้แน่ใจว่า เชือกที่ผ่านมาตรฐานและทดสอบแล้ว จะมีคุณสมัติที่ปลอดภัยต่อชีวิตและการนำไปใช้งานกับบุคคลนั่นเอง
เชือกนิรภัยและเชือกเอนกประสงค์ ที่ดูภายนอกอาจเหมือนกัน แต่แตกต่างทั้งคุณสมบัติและการใช้งาน
Accessory Cord เชือกคอร์ดหรือเชือกเส้นเล็ก คืออะไร?
รายละเอียดและคุณสมบัติของเชือกคอร์ดขนาดเล็ก Accessory Cord หากไม่มีการรับรองหรือระบุเพิ่มเติม จะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ผู้ผลิตแจ้งไว้ เป็นหน้าที่ผู้ใช้หรือผู้ซื้อเชือก จะต้องพิจารณาเองว่าจะนำเชือก Accessory Cord ไปใช้งานแบบไหนให้ปลอดภัย ไม่ควรใช้เชือกคอร์ดขนาดเล็ก Accessory Cord ทดแทนเชือกนิรภัยขนาดเล็ก โดยไม่เข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
สภาพการสึกหรอของปลอกนอก เชือกเอนกประสงค์ หรือเชือกคอร์ด Accessory cord ทำจากไนลอนและโพลีเอสเตอร์ ไม่ทนทานต่อการเสียดสีหรือตัดบาด
เชือกคอร์ดขนาดเล็ก Accessory Cord สามารถใช้โรยตัวได้หรือไม่?
คำตอบง่ายๆ คือ เชือก Accessory Cord ไม่ได้ผ่านการรับรองเพื่อให้นำไปใช้โรยตัว, ใช้ยกบุคคลหรือใช้งานกู้ภัย หากไม่จำเป็นจึงไม่ควรใช้เชือกผิดวัตถุประสงค์ และควรเข้าใจความเสี่ยงในกรณีนำไปใช้ แม้ในกรณีฉุกเฉินก็ตาม
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ไม่ใช่ค่าการรับแรงดึงหรือความแข็งแรงโดยรวมของเชือกเท่านั้น แต่คือความเป็นไปได้ของเชือก ที่จะถูกตัดบาดและเสียหายขณะใช้งาน โดยทั่วไปปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการใช้เชือกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่ขึ้น เชือกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้น จะมีมวลของเชือกที่มากขึ้น ทำให้เชือกมีความทนทานต่อการเสียดสี และการใช้งานตามมุมหรือขอบอาคารมากขึ้น อย่าลืมว่าเชือกเล็กประสิททธิภาพสูงนั่น ก็มีข้อจำกัดที่คุณสมบัติและการนำไปใช้งาน เช่น เชือกขนาด 8 มม. มีมวลเชือกเพียง 40% ของเชือกขนาด 12 มม.เท่านั้น
ยิ่งเส้นผ่านศูนย์กลางของเชือกเล็กลงเท่าไร การผูกโยงติดตั้งเชือกอย่างถูกต้องเหมาะสม ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้เชือกจะทนแรงดึงสูง แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับการนำเชือกไปใช้ และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเชือกถูกกดหรือพาดไปกับขอบคม เชือกอาจสึกหรอหรือเสียหายในขณะใช้งานจากปัจจับแวดล้อมที่ไม่ได้มาจากตัวเชือกได้เช่นกัน จึงไม่ควรใช้เชือกเล็กทดแทนเชือกที่มีมวลหรือขนาดใหญ่กว่า โดยไม่เข้าใจถึงความเสี่ยงเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น
เชือกขนาดเล็กประเภทไหน ที่ใช้โรยตัวได้อย่างปลอดภัย?
มาตรฐาน NFPA 2500 (1983) มีหมวดหรือประเภทของเชือก ที่กำหนดให้ใช้เป็นเชือกหนีภัย escape rope เชือกหนีภัยมีข้อกำหนดการออกแบบ เช่นเดียวกับเชือกนิรภัยสำหรับใช้กับบุคคล รวมถึงกำหนดให้เส้นใยในการผลิตเป็นเส้นใยที่ใหม่ ไม่ใช่เส้นใยรีไซเคิลและเป็นเส้นใยที่ยาวต่อเนื่องตลอดทั้งเส้นไม่ถูกตัดต่อด้วยวิธีต่างๆ และเส้นใยที่ใช้ผลิตมีจุดหลอมเหลวขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 204 องศาเซลเซียส ความแตกต่างที่สำคัญ คือ เชือกหนีภัย escape rope ระบุให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 7.5 – 9.5 มม. และอัตราการรับแรงดึงขั้นต่ำที่ 13.5 กิโลนิวตัน
A.31.2.5.2 เชือกที่ใช้สำหรับหนีออกจากอาคารฉุกเฉิน หมายถึงเชือกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เมื่อผ่านการใช้งานจริง จะถือว่าความสมบูรณ์ของเชือกลดลง และควรปลดระวางเชือกออกจากการใช้งานหรือทำลายทิ้งเสีย เพราะโดยทั่วไปแล้วการใช้งานเชือกหนีภัย escape rope มักจะถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งมักเป็นเหตุเพลิงไม้, มีความเสี่ยงที่ต้องหนีหรืออพยพออกเร่งด่วน, สะเก็ดระเบิด, อาคารเสี่ยงต่อการพังทลาย ฯ โดยไม่สามารถกำหนดความเสี่ยงนั่นได้ว่า เชือกได้รับความร้อนหรือเผาไม้มามากแค่ไหน ในการนำเชือกไปใช้ มีความเป็นไปได้ว่าเชือกน่าจะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง จนไม่ควรนำมาใช้งานซ้ำอีกครั้ง
เมื่อนำเชือกหนีภัย escape rope มาใช้ในการฝึกอบรม ซึ่งไม่ได้ผ่านการใช้งานในที่เกิดเหตุจริง ไม่ต่างจากการตรวจเช็คหลังการใช้งานเชือกนิรภัย ควรตรวจสอบความเสียหายของเชือกหลังการฝึกอบรมหรือใช้งานทุกครั้ง
มีเชือกเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็กประเภทอื่นๆ ที่ใช้ได้ปลอดภัยอีกหรือไม่?
เชือกประเภท canyoneering แคนยอนเนียริ่ง หรือเชือกแคนยอนโร้พ canyon rope เป็นเชือกสำหรับบุคคลความยืดตัวต่ำ มักใช้ในการโรยตัวลงน้ำตก, ไต่เขา, ปีนถ้ำ, สำรวจเหมือง, สำรวจพรรณไม้ในป่า ฯ ออกแบบมาเพื่อใช้ในการโรยตัวในพื้นที่ป่าภูเขา, โรยตัวลงถ้ำ, โรยตัวน้ำตก, โรยตัวจากหน้าผา ฯ เป็นเชือกที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในพื้นี่กลางแจ้งและในสภาพแวดล้อมที่มีการเสียดสีสูง ทั้งจากหิน, ทราย และพื้นผิวขรุขระอื่นๆ เชือกประเภทนี้ใช้กันอย่างแพร่หลาย สำหรับงานกีฬากลางแจ้ง เช่น ปีนเขา, เชือกทางยุทธวิธี ฯ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เชือกที่มีน้ำหนักเบา แต่ทนทานสูง
แม้ว่าอาจถูกเข้าใจผิดคิดว่าเชือก canyoneering หรือเชือกแคนยอนโร้พ เหมือนกับเชือก Accessory Cord แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เชือกแคนยอนโร้พ ได้รับการออกแบบมาเพื่อทนต่อการใช้งานภายนอกโดยเฉพาะ และผลิตจากเส้นใยที่ใหม่ เช่น เส้นใยเทคนอรา technora ซึ่งทนทานต่อการเสียดสีได้ดีกว่าเชือกไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ทั่วไป
โดยทั่วไปแล้วเชือกประเภทแคนยอนโร้พ มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 8-9.5 มม. แต่มีความทนทานต่อการเสียดสีสูงกว่าเชือกนิรภัยหรือเชือกคอร์ดขนาดเล็ก Accessory Cord ในขนาดที่เท่ากัน และเนื่องจากได้รับการออกแบบให้ทนทานสูง เชือกแคนยอนโร้พจึงมักจะมีความแข็งและคงตัวมากกว่า และมีอัตราการยืดตัวน้อยกว่าเชือกนิรภัย ทำให้เชือกมีความแข็งแรงสูงและทนทานกว่าเชือกขนาดเล็กประเภทอื่นๆ อีกด้วย
หมายเหตุ: โดยปกติแล้วเชือกแคนยอนโร้พ จะไม่ผ่านการรับการตามมาตรฐาน NFPA 2500 หรือ EN 1891 เนื่องจากใช้เส้นใยในการผลิตที่ทนทานสูง และวิธีการนำไปใช้งานเชือก ก็อยู่นอกเหนือข้อกำหนดตามมาตรฐานที่มีอยู่ ดังนั้นเมื่อจะต้องเลือกใช้เชือกแคนยอนโร้พ ต้องมั่นใจและไว้วางใจในชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือด้วยการผลิตี่ได้มาตรฐานสากลอย่างแท้จริงของโรงงานผู้ผลิตเป็นหลัก



