Rope

รอบรู้โครงสร้างและประสิทธิภาพรอก Pulley Design

“รอก” Pulley คือ ล้อซึ่งหมุนด้วยแกนระหว่างแผ่นด้านข้างรอก ออกแบบเพื่อใช้เปลี่ยนทิศทางในการดึงเชือก หรือทำระบบรอกทดแรง Mechanical Advantage เพื่อช่วยในการดึงขึ้นหรือยกวัตถุสิ่งของ ในการใช้งานเชือกอย่างเป็นระบบ รอกถือเป็นอุปกรณ์หลักในการใช้ทดแรงเพื่อช่วยดึงขึ้น

ล้อของรอก เรียกว่า sheave ออกแบบมาเพื่อรองรับเชือกหรือให้เชือกวิ่งผ่าน ล้อรอกส่วนมากมักทำจากอลูมิเนียม แต่ก็มีล้อรอกซึ่งทำจากสแตนเลส สำหรับใช้งานร่วมกับสายเคเบิลโลหะอีกด้วย

การวัดขนาดรอก

ขนาดของรอก ถูกกำหนดโดยเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อรอก ซึ่งเป็นจุดที่เชือกหรือสายเคเบิลสัมผัสกับรอก ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิด และวัดขนาดของรอก จากแผ่นด้านข้างหรือส่วนที่กว้างที่สุดของตัวรอก การวัดรอกทำอย่างไร ตัวอย่างเช่น ล้อรอกมีขนาด 2 นิ้ว วัดจากระยะของล้อรอก ตรงจุดที่เชือกสัมผัสกับล้อรอกด้านใน ขนาดที่เหมาะสมของรอกก็ขึ้นอยู่กับขนาดเชือกที่ใช้ด้วยเช่นกัน แต่เดิมรอกถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ และมักจะเป็นเรื่องปกติ ที่รอกจะมีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเชือกถึง 8 เท่า เหตุเพราะแต่เดิมเชือกที่มีจำหน่ายและผลิตอย่างแพร่หลาย มักทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น เชือกปอ เชือกป่าน เชือกใยยักษ์ หรือเชือกมะนิลา Manila และเชือกเหล่านี้มีปลอกเชือกเป็นเกลียว หากรอกมีขนาดเล็กกว่าเชือก เกลียวของเชือกจะเสียดสีและทำให้รอกสึกหรอได้ง่าย จึงเน้นใช้รอกขนาดใหญ่กว่าเชือกเป็นหลัก

แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตเชือกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เชือกมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กลง แต่ยังคงความแข็งแรง การใช้เชือกเส้นใยธรรมชาติ ที่มีอัตราการยืดตัวสูงกว่า ทนทานน้อยกว่าและทำให้รอกสึกหรอได้ง่ายจึงเริ่มลดลง การทำงานบนที่สูง Work at Height หรือการใช้เชือกเข้าถึงพื้นที่ Rope Access หรือการช่วยเหลือกู้ภัยด้วยเชือก Rope Rescue ปัจจุบันหันมาใช้เชือกใยสังเคราะห์แบบมีแกนในและแกนนอกเป็นส่วนมาก ซึ่งเชือกใยสังเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ จะอ่อนตัวและยืดหยุ่นมากกว่า รอกจึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เกินจำเป็นอีกต่อไป

ขนาดของรอกที่สัมพันธ์กับเชือก

เชือกในปัจจุบันมีโครงสร้างเชือกแบบมีแกนในและแกนอก ขนาดของรอกควรใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางเชือกไม่น้อยกว่า 3 เท่า ตัวอย่างเช่น เชือกขนาดครึ่งนิ้ว 1/2 นิ้ว (13 มม.) แนะนำให้ใช้ล้อรอกขนาด 1.5 นิ้ว เพื่อขนาดรอกและเชือกที่พอดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป เกิดความสมดุลกับการใช้งาน หรือหากต้องการให้รอกมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรเพิ่มขนาดโดยใช้รอกที่ใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางเชือกเป็น 4 เท่า แต่ต้องไม่ลืมว่าขนาดรอกที่ใหญ่ขึ้น น้ำหนักของอุปกรณ์โดยรวมในระบบเชือก ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

ความกว้างล้อรอกสำคัญอย่างไร

เหตุใดจึงควรให้ความสำคัญกับความกว้างของล้อรอก ถ้าคุณใช้เชือกที่มีขนาดเล็กกว่าล้อรอกหรือขนาดที่พอดี เชือกจะอยู่บนล้อรอก ไม่เกิดปัญหาขณะใช้งาน แต่หากคุณใช้เชือกที่มีขนาดใหญ่กว่าล้อรอก ถึงแม้ว่าเชือกดูพอดีกับรอก แต่เมื่อเชือกรับน้ำหนักในขณะใช้งาน เชือกจะเกิดการแผ่ขยายตัว และแบนออกด้านข้าง จนไปสัมผัสกับแผ่นด้านข้างรอก ทำให้เกิดการเสียดสีและแรงเสียดทาน ยิ่งทำให้การทดแรงไม่เกิดประสิทธิภาพ และรอกเกิดการสึกหรอจากด้านใน ทั้งเชือกและรอกก็จะมีอายุการใช้งานลดลงอีกด้วย

ชนิดของรอก Bushings และลูกปืน Bearings ประสิทธิภาพที่คุณเลือกได้

ล้อรอกที่หมุนไปบนแกนนั่น จะทำงานได้ต้องอาศัยแหวน Bushings หรือลูกปืน Bearings เพื่อให้เกิดการหมุนที่ราบรื่น โครงสร้างล้อรอกมีรูปแบบที่แตกต่างกันดังนี้ :

  • รอกที่ใช้แหวนพลาสติก Plastic Bushings: แหวนของล้อรอกที่ทำจากพลาสติก เป็นรอกที่มีราคาถูกที่สุด เหมาะสำหรับใช้งานเบาๆ หรือยกวัตถุสิ่งของที่มีน้ำหนักไม่มาก ไม่ควรนำไปใช้รับน้ำหนักที่มากเกินไป อาจทำให้เสียรูปจนล้อหักหรือแตกและหยุดหมุนได้ สำหรับการใช้ยกบุคคลไม่ควรใช้ล้อรอกประเภทนี้ เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการชำรุดได้ง่าย
  • แหวนโลหะชุบน้ำมันหรือจารบี Oilite Bushing: ล้อรอกที่ทำจากแหวนทองเหลืองหรือเหล็ก แต่เดิมถูกออกแบบเพื่อใช้กับเครื่องปั้มน้ำ แหวนประเภทนี้จะคุณภาพดีกว่าแหวนพลาสติกอยู่บ้าง เนื่องจากใช้วัสดุที่แข็งกว่า จึงไม่เสียรูปทรงหรือแตกง่ายในขณะรับน้ำหนัก แต่ยังมีปัญหาจาก แหวนที่ไม่ปิดผนึก มีช่องให้สิ่งสกปรกต่างๆ สามารถเข้าไปภายในล้อรอกได้ง่าย จึงยากต่อการทำความสะอาด และอาจเกิดการสะสมของสนิมภายใน ทำให้เกิดแรงเสียดทานเพิ่มขึ้นด้วย ตัวล้อรอกยังไม่ได้ถอดออก เพื่อทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆได้ จุดเด่นของรอกที่ใช้แหวนโลหะชุบน้ำมันหรือจารบี Oilite Bushing คือมีราคาถูกกว่าล้อรอกชนิดลูกปืนปิดผนึก Sealed Ball Bearings เหมาะสำหรับใช้รับน้ำหนักเบาถึงปานกลางและถ้าได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ล้อรอกชนิดนี้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ารอกที่ใช้แหวนพลาสติก
  • ล้อรอกชนิดลูกปืนปิดผนึก Sealed Ball Bearings: เป็นล้อรอกที่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน ต้องใช้ลูกปืนคุณภาพสูงและทนทาน กว่าการใช้แหวนสวมบนแกน Bushings ภายในล้อจะประกอบไปด้วยลูกปืนเล็กๆ จำนวนมาก ล้อรอกจะวิ่งได้ลื่นไหลกว่า ลดแรงเสียดทานได้ดีกว่า จุดเด่นของล้อรอกชนิดลูกปืนปิดผนึก Sealed Ball bearings คือไม่จำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษา ไม่จำเป็นต้องหยอดน้ำมันหรือจารบี และการใช้งานยังมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าล้อรอกชนิดแหวนพลาสติก Plastic Bushings หรือแหวนโลหะชุบน้ำมัน Oilite Bushing หลายเท่า

ประสิทธิภาพของรอกกับการลดแรงเสียดทาน

ประสิทธิภาพของรอกคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ หมายถึงความสามารถที่รอกช่วยลดแรงเสียดทาน เป็นหัวใจหลักในการเลือกซื้อรอก รอกที่ล้อรอกทำจากแหวนโลหะชุบน้ำมัน Oilite Bushing จะมีประสิทธิภาพการทำงานประมาณ 60-75% จาก 100% เมื่อเทียบกับรอกขนาดเดียวกัน ที่ทำจากล้อรอกชนิดลูกปืนปิดผนึก Sealed Ball Bearings ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงถึง 75-90% โดยปกติเมื่อรอกรับน้ำหนักโหลดที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของรอกจะลดลง ยิ่งใช้รอกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือประสิทธิภาพต่ำกว่า 50% ก็เท่ากับรอกไม่ได้ช่วยทดแรงให้คุณเลย กลับสิ้นเปลืองแรง และเป็นภาระในการใช้แรงดึงที่มากขึ้น เช่น ใช้ระบบรอกลากไปบนพื้นราบ , ใช้รอกประกอบเชือกถูไปบนเนิน, ขอบอาคาร, ปากถ้ำ, ปล่องท่อต่างๆ การใช้ชุดรอกโดยไม่แขวนรอก ไว้บนจุดยึดในแนวดิ่งที่เหมาะสม จะยิ่งทำให้การยกน้ำหนักเป็นได้ยาก หรือต้องใช้แรงดึงมากกว่าการไม่ใช้รอกเสียด้วยซ้ำ และยังลดอายุการใช้งานอุปกรณ์ เพิ่มความสึกหรอโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

เลือกอย่างไร ไม่เปลืองแรง

หลักการพิจารณาเลือกรอกเพื่อใช้งานให้เหมาะสม อาจไม่สามารถเลือกและดูจากรูปในอินเตอร์เน็ตได้เพียงอย่างเดียว บางครั้งจะเห็นประสิทธิภาพได้ ก็ต่อเมื่อทดลองใช้งานจริงแล้วเท่านั้น รอกเป็นอุปกรณ์ที่ไม่สามารถแสวงเครื่อง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับรอกคุณภาพสูงได้ ผู้ใช้งานมือใหม่หรือเริ่มต้นมองหารอกทดแรง อาจต้องลองผิดลองถูก หรือลงทุนเพิ่มในภายหลัง เพื่อให้ได้รอกที่มีประสิทธิภาพดี และประหยัดแรงกว่าเดิม อุปกรณ์บางอย่างอาจจะเหมาะสมที่จะเน้นราคาประหยัด แต่หากเป็นรอกซึ่งต้องใช้ทดแรง หรือยกบุคคลขึ้นลง ในงานที่มีความเสี่ยงแล้ว แนะนำให้คุณมองเลือกซื้อรอกคุณภาพดี เพื่อประหยัดแรงและลดความเสี่ยง อย่ากลัวว่ารอกดีดีจะต้องมีราคาสูงเสมอไป ในฐานะผู้แทนจำหน่ายจากโรงงานผลิตรอก ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เรามีศูนย์ฝึกอบรมมาตรฐานสากล และมีรอกทดแรงเกือบทุกชนิด ซึ่งได้รับมาตรฐานความปลอดภัยที่ทั่วโลกยอมรับ ให้คุณเลือกอย่างประหยัดและคุ้มค่าครับ

Read more...

เวลาหรือราคา และต้นทุนแท้จริง ที่ไม่ควรมองข้าม

ความคุ้มค่าในการเลือกอุปกรณ์ มีข้อควรคำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริง รวมทั้งเวลาที่เสียไป แลกกับประโยชน์ทีได้รับ การทำงานที่มีความเสี่ยง นอกจากจะต้องรวดเร็ว แข่งกับเวลาแล้ว การเลือกวิธีการที่เรียบง่าย รวดเร็วและได้ผลดี ย่อมดีกว่าขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน เสี่ยงต่อความผิดพลาด ซึ่งสุดท้ายอาจไม่คุ้มค่าอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับการใช้วีธีการและอุปกรณ์ที่ถูกต้อง ตั้งแต่ครั้งแรก

CMC MPD Multi-Purpose Device

ปัจจุบันทางเลือกใหม่ๆ ของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เชือก มีความหลากหลายมากขึ้น วัสดุทางเลือกเริ่มมีการพัฒนา คิดค้นและออกแบบขึ้นทดแทน เช่น เปลี่ยนจากเชือกมะนิลามาใช้เชือกใยสังเคราะห์, การโรยตัวจากเดิม ที่ใช้เชือกพันกับคาราบิเนอร์เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีอุปกรณ์โรยตัว ให้เลือกหลากหลายมากขึ้น เมื่อมีแนวคิดใหม่ๆ การทดสอบและพัฒนาก็เริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณได้อ่านคู่มือการใช้งานเชือกเล่มเก่าๆ จะเห็นชัดว่าวิธีการเดิมนั่น เมื่อใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่ จะได้ผลลัพท์ที่รวดเร็ว, ปลอดภัย และง่ายต่อการปฎิบัติและจดจำมากกว่า

เวลาในการฝึกใช้งานหรือการอบรม ก็เป็นต้นทุนสำคัญที่ควรคำนึงถึง ถ้าผู้ผ่านการฝึกใช้งานอุปกรณ์ไปแล้ว จำไม่ได้ว่าอะไร ควรจะอยู่ตรงไหน และใช้งานอย่างไร การอบรมที่ผ่านไปก็ไร้ความหมาย อุปกรณ์และวิธีการที่นำมาใช้ ควรง่ายต่อความเข้าใจ และเพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้งาน จดจำวิธีการใช้ได้ แม้จะไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เนื่องจากความผิดพลาดและอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งเวลาผ่านไปหากมีเหตุจำเป็นให้ต้องใช้งานเร่งด่วน ก็ยิ่งเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจและฝึกความคุ้นเคยกับอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยง และในการอบรมจะต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติอย่างเพียงพอ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเกิดความชำนาญ

Traditional RPM (Rack, Pulley, Mariner's Hitch) Rope System

ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ให้รวดเร็วและแก้ไขข้อจำกัดเดิมๆ ของหน่วยดับเพลิงหลายๆแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่เดิมใช้การติดตั้งเชือกกู้ภัยด้วยระบบ RPM - (Rack Pulley Mariner's) ซึ่งเป็นวิธีการในยุคแรกเริ่ม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนที่สูง ที่ใช้กับเชือกเส้นหลัก Main Line และเชือกกันตก Belay / Safety Line

ภายหลังเมื่อ CMC คิดค้นอุปกรณ์ทดแทน คือ Multi-Purpose Device (MPD) รอกเอนกประสงค์ MPD ซึ่งเป็นรอกกันตก ประสิทธิภาพสูง ช่วยลดแรงเสียดทานในการทดแรง และสามารถจับหรือเบรคเชือก ป้องกันการตกได้ต่อเนื่อง สถานีดับเพลิงหลายๆแห่ง จึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้ MPD ทดแทนระบบ RPM ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์หลายชิ้นดังต่อไปนี้ รางเบรคเชือก brake bar rack, รอกเดี่ยว single pulley, แผ่นกระจายน้ำหนัก anchor plate, คาราบิเนอร์ carabiners, เชือกพรูสิค prusik cord และชุดสายโยงผ่อนน้ำหนัก load release strap น้ำหนักรวมประมาณ 2.7 กิโลกรัม และใช้เวลาติดตั้งนานกว่า บ่อยครั้งที่ผู้ใช้มักจะลืมขั้นตอน และใช้เวลาฝึกทบทวนมากกว่า เมื่อเทียบกับการใช้รอก MPD ซึ่งมีน้ำหนัก 0.95 กิโลกรัม ติดตั้งได้ง่ายกว่า และใช้เวลาน้อยกว่า ไม่ต้องสลับอุปกรณ์ เพื่อปลดน้ำหนักที่แขวนอยู่บนเชือก ก่อนจะเปลี่ยนมาทำการผ่อนลงให้เสียเวลาอีกต่อไป หากเปรียบเทียบเวลาและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ระหว่างการใช้ MPD ทดแทน RPM แล้ว การใช้ MPD ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

การคำนวนความคุ้มค่า ต้องมองให้เห็นต้นทุนที่แท้จริง และไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ใดๆ ผู้ใช้ควรมีการฝึกและทบทวนการใช้งานอยู่เสมอ แม้อุปกรณ์นั่นจะใช้งานง่ายเพียงใดก็ตาม ปัจจัยสำคัญในการหาความคุ้มค่า ต้องเปรียบเทียบคุณภาพ, ความทนทาน, การใช้งานที่รวดเร็ว และความปลอดภัยที่ได้รับร่วมด้วย แม้ว่าระบบ RPM จะถูกทดแทนด้วย MPD มานานกว่า 10 ปีแล้วก็ตาม ล่าสุด MPD พัฒนาไปอีกขั้นให้ใช้งานง่ายขึ้น และคล่องตัวยิ่งขึ้น พบกับ MPD โฉมใหม่เร็วๆนี้

Read more...

การใช้เงื่อน เพื่อการโรยตัวที่ถูกวิธี

กลายเป็นเรื่องปกติ ที่หลายคนชอบตั้งคำถามเหมือนเล่นเกมส์ "ถ้าหาก….?" สำหรับคำถามเรื่องการโรยตัว ถ้าหาก…? มักจะเริ่มด้วยคำถามที่ว่า "ถ้าหากไม่มีห่วงโรยตัว รูปเลข 8….หรือ อุปกรณ์อื่นล่ะ (จะโรยตัวได้หรือไม่?)" แล้วถ้าเราจะถามกลับว่า ถ้าคุณไม่มีสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เช่น เชือกล่ะ? เพราะถ้าไม่มีเชือก คุณก็คงโรยตัวไม่ได้ แต่ถ้าหากขาดอุปกรณ์บางอย่างไป อาจจะดัดแปลงหรือหาวิธีอื่นมาทดแทนกันได้ครับ

ในประเทศไทยส่วนมาก แต่เดิมอุปกรณ์โรยตัวยังไม่มีให้เลือกใช้ เราจึงยังคงเห็นการโรยตัวโดยใช้เชือกโรยตัว พันเข้ากับคาราบิเนอร์ 'Carabiner Wrap' กันอยู่มาก ในการพันเชือกเข้าคาราบิเนอร์ เชือกจะถูกพันแกนในของคาราบิเนอร์ 1-2 รอบ เพื่อให้เกิดแรงเสียดทาน เป็นวิธีการโรยตัวสำหรับคนคนเดียว แต่ด้วยวิธีนี้แรงเสียดทานที่เกิดจากจุดสัมผัสจะมีน้อย และบ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุและผู้โรยตัวได้รับบาดเจ็บ ดังที่เราเห็นในภาพอุบัติเหตุจากการฝึกทั้งที่มาจากประเทศไทยและจากที่อื่นๆ ทั่วโลก

วิธีที่ปลอดภัยกว่าการพันเชือกเข้ากับแกนของคาราบิเนอร์ คือ การใช้เงื่อน Munter Hitch (มัน-เตอร์-ฮิช) หรือ Italian Hitch (อิตาเลี่ยน-ฮิช) เพื่อใช้ในการควบคุมหรือผ่อนน้ำหนัก ลง ด้วยแรงเสียดทานภายในของตัวเงื่อนเอง รวมถึงการสลับฝั่งในการดึง เงื่อน Munter Hitch จึงถูกนำมาใช้ในการโรยตัวหรือผ่อนบุคคลลงจากที่สูงได้ดี "ถ้าหาก…ทำแบบนี้แล้วเชือกจะสึกหรอมั้ย?" ตอบว่าเชือกที่เคลื่อนไหวและเกิดการสัมผัสอย่างสม่ำเสมอด้วยแรงที่เท่ากัน โดยเชือกไม่ได้ไขว้หรือตัดขวางในจุดใดจุดหนึ่ง เชือกจึงไม่เกิดการบีบรัดหรือตัดเฉพาะจุด แต่ปัญหาหนึ่งของการโรยตัวด้วยเงื่อน Munter Hitch หรือ Italian Hitch คือการที่เชือกบิดตัวได้มาก หากโรยตัวด้วยระยะการโรยที่สูงมาก หรือต้องโรยตัวลงหลายๆครั้งกับเงื่อนนี้ เชือกจะบิดหรือตีเกลียวได้ง่าย

"แล้วถ้าหาก…ไม่ใช้เงื่อนนี้ จะใช้เงื่อนอะไรดี?" เงื่อนที่ใกล้เคียงกัน และช่วยลดการบิดเกลียวให้น้อยลง คือ เงื่อน 'Super Munter Hitch' (ซูเปอร์-มัน-เตอร์-ฮิช) ซึ่งเป็นเงื่อนเชือกพิเศษ ที่เริ่มนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และเป็นเงื่อนที่มีประโยชน์ต่อการโรยตัวอย่างมาก เหมือนเป็นการใช้ Munter Hitch สอดกลับบนตัวเงื่อนอีกชั้นหนึ่ง แทนที่จะเรียก Munter Hitch 2 ชั้น ควรเรียกว่า Super Munter Hitch ตามชื่อสากลนะครับ เงื่อนนี้เพิ่มแรงเสียดทานขึ้นได้มากกว่า Munter Hitch ปกติ และด้วยแรงเสียดทานที่มากขึ้นนี้เอง ยังสามารถใช้ผ่อนน้ำหนักบุคคล 2 คน ในเวลาเดียวกันได้อย่างปลอดภัย ซึ่งหากใช้เพียงการพันเชือกเข้าคาราบิเนอร์ธรรมดา Carabiner Wrap เพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถผ่อนน้ำหนักที่มากกว่าบุคคลคนเดียวได้ปลอดภัยแน่นอน ประโยชน์ในการใช้ Super Munter Hitch อีกข้อก็คือ เมื่อเชือกวิ่งผ่านตัวมันเองในทิศทางย้อนกลับครั้งที่ 2 การคลายการบิดเกลียวของเชือก ก็จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

ข้อควรคำนึงของทั้งการใช้เงื่อน Munter Hitch และ Super Munter Hitch คือ ควรใช้คาราบิเนอร์ทรงลูกแพร์ 'pear shape' หรือ ภาษาเยอรมันเรียกว่ารูปทรง HMS - Halbmastwurfsicherung (ลองอ่านเอาตามที่สบายใจดูนะครับ) สำหรับคาราบิเนอร์ทรงลูกแพร์ เช่น Rock Exotica Pirate Carabiner จะเหมาะสมกับการใช้เงื่อนเชือกนี้ในการโรยตัว เพราะคาราบิเนอร์ทรงรูปตัวดี 'D shape' จะไม่มีส่วนโค้งด้านบนที่กว้างพอ ในการทำเงื่อนลักษณะนี้ให้เกิดประสิทธิภาพได้เต็มที่ครับ แม้ว่าเงื่อน Munter Hitch และ Super Munter Hitch จะง่ายต่อการผูกและใช้งาน ก็ควรฝึกใช้ให้ถูกต้อง ก่อนจะนำไปประกอบในการโรยตัวซึ่งมีความเสี่ยง หวังว่าภาพวีดีโอของเรา จะช่วยอธิบายให้เห็นการทำงานของเงื่อนได้ชัดเจน และตอบคำถามการใช้อุปกรณ์โรยตัว แบบน้อยที่สุดและปลอดภัยสูงสุดได้ชัดเจนครับ

Read more...