ผลทดสอบความเสียหายบนตัวเชือก โดยการวัดแรงดึงผ่านอุปกรณ์จับเชือกแบบต่างๆ

Back to ข้อมูลความรู้

ผลทดสอบความเสียหายบนตัวเชือก โดยการวัดแรงดึงผ่านอุปกรณ์จับเชือกแบบต่างๆ

อุปกรณ์บีบจับเชือก (Rope grab) ซึ่งใช้ในการทำงานบนที่สูงหรือการช่วยเหลือกู้ภัย ส่วนมากออกแบบการยึดจับและล็อคเปลือก หรือปลอกนอกของเชือกออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ 1.อุปกรณ์จับเชือกที่ใช้ “แคมชนิดร่องหยัก” โดยส่วนที่นูนจากร่องบนตัวแคม จะดันและกดไปบนปลอกเชือก และ 2.อุปกรณ์จับเชือกที่ใช้ “แคมแบบฟันแหลม” โดยฟันที่ยื่นออกมาจากแคม จะทำหน้าที่กดและจิกไปบนปลอกเชือก เพื่อยึดเกาะและจับเชือกให้แน่นและลึกยิ่งขึ้น.

ลักษณะของแคมบนอุปกรณ์จับเชือก Climbing Technology Ascender Simple, ISC Wales Mini Rope Grab, Climbing Technology RollNLock และ Petzl Tibloc

ด้วยรูปร่างและความแหลมของ “ฟัน” บนอุปกรณ์จับเชือกนี่เอง เมื่อมองจากรูปทรงทางกายภาพแล้ว โอกาสในการตะกุย, จิกหรือดึงเส้นใยที่ปลอกเชือกให้ชำรุดเสียหาย อาจเกิดขึ้นได้ชัดเจน และดูจะรุนแรงกว่าเมื่อเทียบกับแคมแบบร่องหยัก แม้จะใช้แรงดึงที่ไม่สูงมากก็ตาม ด้วยความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นนี่เอง มาตรฐาน NFPA 1983 ว่าด้วยการใช้เชือกและอุปกรณ์ สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือฉุกเฉิน จึงได้กำหนดแนวทางการใช้อุปกรณ์บีบจับหรือล็อคเชือก (Rope grab) โดยระบุให้ต้องสามารถรับแรงดึงได้ 5 กิโลนิวตันเป็นอย่างน้อย สำหรับเชือกและอุปกรณ์ซึ่งจัดอยู่ในประเภท technical use (อุปกรณ์สำหรับรับน้ำหนักบุคคลคนเดียว) เช่น เชือกหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานบนที่สูงทั่วไป โดยจะต้องไม่ทำความเสียหาย กับตัวเชือกหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง.

สิ่งที่เราพบอยู่เสมอคือ การกะประมาณและความกังวลหรือความกลัวส่วนบุคคล จนกลายเป็นข้อถกเถียง ที่มาจากพื้นฐานของความรู้สึก Feeling จึงเป็นที่มาที่ทำให้เราพยายามค้นหาคำตอบ ด้วยการทดสอบภาคสนามในบริบทการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง Fact ให้เห็นด้วยประเด็นการทดสอบ “ภายใต้แรงดึงที่เท่ากัน อุปกรณ์จับเชือกแบบแคมฟันแหลม จะทำอันตรายต่อปลอกเชือกได้เร็วกว่า อุปกรณ์จับเชือกแบบแคมชนิดร่องหยัก จริงหรือไม่”

ในการทดสอบ เราใช้อุปกรณ์จับเชือก 3 ชนิด คือ อุปกรณ์จับเชือกที่ใช้แคมแบบฟันแหลม Climbing Technology Simple Ascender, Climbing Technology Roll’n’Lock อุปกรณ์จับเชือกแบบแคมชนิดร่องหยัก และ ISC Mini Rope Grab อุปกรณ์จับเชือกแบบแคมชนิดร่องหยัก ซึ่งแต่ละชนิดจะถูกดึงด้วยแรงดึงที่เท่ากันทั้งหมด 3 ครั้ง โดยเราเลือกทดสอบอุปกรณ์จับเชือก ที่มีร่องฟันแหลมและถี่ อย่าง Petzl Tibloc รุ่นแรก เป็นการทดสอบสุดท้าย.

ตัวอย่างเชือก <strong srcset=
Teufelberger รุ่น Platinum PES/PA ภายหลังการทดสอบ เห็นการถักทอและเชื่อมผสาน ระหว่างปลอกเชือกและแกนด้านในได้ชัดเจน.” width=”1000″ height=”222″> ตัวอย่างเชือก Teufelberger รุ่น Platinum PES/PA ภายหลังการทดสอบ เห็นการถักทอและเชื่อมผสาน ระหว่างปลอกเชือกและแกนด้านในได้ชัดเจน.

เราเลือกใช้เชือก Teufelberger รุ่น Platinum PES/PA ขนาด 10.5 มม. เป็นเชือกหลักในการทดสอบ และเป็นเชือกสภาพดีที่เราใช้ในการฝึก เพื่อผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับเชือกที่ใช้ในการโรยตัว หรือป้องกันการตกในการทำงานบนที่สูงหรือกู้ภัยทั่วไป. ซึ่งเชือก Platinum เป็นเชือกที่มีโครงสร้างพิเศษ ที่เส้นใยบนปลอกเชือก ถูกถักผสานเข้าภายในแกนในของเชือก ทำให้เกิดสมดุลของเชือกทั้งเส้น รวมถึงอัตราการขยับตัวของทั้งปลอกและแกนในเชือกที่สม่ำเสมอ. โดยการทดสอบเกิดขึ้นกลางแจ้ง วัดค่าอุณหภูมิภายนอกได้ 39 องศาเซลเซียส ตามลักษณะการทำงานกลางแดด ในวันที่อากาศร้อนของประเทศไทย. โดยเราเพิ่มเติมการทดสอบด้วยเชือก Teufelberger รุ่น Patron ซึ่งเป็นเชือกโรยตัวและทำงานบนที่สูง ที่มีโครงสร้างแบบมาตรฐานที่ไม่ถูกถักผสานกัน เพื่อเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นระหว่างเชือกทั้ง 2 รุ่น. ภายหลังการทดสอบแรงดึงที่เท่ากัน วัดระยะห่างของปลอกเชือกที่ขาด พบว่าเชือก Teufelberger รุ่น Platinum มีระยะการขาดของปลอกเชือกทื่สันว่าเชือกรุ่น Patron.

เราทดสอบด้วยการเน้นบริบทการรับแรงดึงต่ำอย่างต่อเนื่อง ใช้แรงดึงที่สม่ำเสมออย่างช้าๆ จนปลอกเชือกขาด ไม่รวมการทดสอบรับแรงกระชากแบบกะทันหัน shock load เราบันทึกค่าแรงดึงแต่ละครั้ง ด้วยเครื่องทดสอบแรงดึงเชือก Rock Exotica Enforcer Load Cell โดยได้ค่าเฉลี่ยจากการทดสอบทั้งหมด ดังนี้:

Climbing Technology Simple Ascender: 6.78 kN, 7.09 kN, 7.12 kN

ISC Mini Rope Grab: 7.43 kN, 7.64 kN, 7.81 kN

Climbing Technology Roll’N’Lock: 6.28 kN, 6.69 kN, 7.50 kN

เราเพิ่มเติมการทดสอบอุปกรณ์จับเชือกขนาดเล็ก ที่มีฟันแหลมและถี่อย่าง Petzl Tibloc รุ่นแรก โดยวัดค่าแรงดึง ถึงจุดที่เชือกขาดได้ 7.54 กิโลนิวตัน.

ซึ่งทุกครั้งที่ทดสอบ ปลอกเชือกจะถูกบีบหรือดึงจนขาด อุปกรณ์ทุกชิ้นถูกตรวจเช็คความเสียหาย และไม่มีอุปกรณ์โลหะชิ้นใด ที่ได้รับความสียหาย หรือมีร่องรอยของการสึกหรอ.

ข้อสังเกตจากการทดสอบ:

  • อุปกรณ์จับเชือกทุกชนิดที่ใช้ทดสอบ สามารถรับแรงดึงได้เกินกว่า 5 กิโลนิวตัน ตามค่ามาตรฐานการรับแรงดึงที่ NFPA กำหนด.
  • อุปกรณ์จับเชือกทุกชนิด ทำหน้าที่บีบจับเชือก ในลักษณะที่คล้ายกัน ในขณะที่ทดสอบ.
  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นบนตัวเชือก ภายหลังจากการทดสอบ สังเกตได้ว่ามีลักษณะใกล้เคียงกัน.

จากการทดสอบอุปกรณ์จับเชือกแต่ละชนิดของเรา ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า อุปกรณ์จับเชือกที่ใช้ “แคมแบบฟันแหลม” ไม่ได้ตัดหรือทำให้เชือกขาดเร็วกว่า หรืออันตรายกว่า อุปกรณ์จับเชือกที่ใช้ “แคมแบบร่องหยัก” อย่างที่หลายคนกังวล.

Back to ข้อมูลความรู้
Send this to a friend